สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 1 ก.พ. ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวถึงการปฏิรูปและพัฒนาอุตสาหกรรมน้ำมันของเวเนซุเอลา ว่า “ยินดีให้จีนเข้ามาลงทุน” และแสดงความเชื่อมั่นว่า จะสามารถ “ทำข้อตกลงที่ดีมากร่วมกันได้”
ขณะเดียวกัน ทรัมป์ยืนยันว่า รัฐบาลวอชิงตันกำลังประสานงานอย่างใกล้ชิดกับอินเดีย เพื่อให้เข้ามาซื้อน้ำมันจากเวเนซุเอลา แทนการซื้อจากรัสเซียและอิหร่าน ซึ่งในเบื้องต้นมีการเห็นชอบร่วมกันในหลักการ
แม้ผู้นำสหรัฐกล่าวเช่นนั้น แต่ในทางปฏิบัติกลับตรงกันข้าม เพราะการส่งออกน้ำมันจากเวเนซุเอลาไปยังจีน ซึ่งโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 400,000 บาร์เรลต่อวัน เมื่อปีที่แล้ว กลับลดลงจนเหลือศูนย์ เมื่อเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา เนื่องจากมาตรการจากการปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐ เพื่อกดดันเวเนซุเอลา
President Donald Trump said Saturday he welcomed investment by China and India in Venezuela’s oil industry. https://t.co/ilgaj5gpbS
— Bloomberg (@business) February 1, 2026
ทั้งนี้ กระทรวงการคลังสหรัฐประกาศเมื่อปลายเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา ว่าพร้อมอนุมัติใบอนุญาตทั่วไป ให้แก่บริษัทพลังงานของสหรัฐ สามารถดำเนินกิจกรรมครอบคลุมตั้งแต่การขุดเจาะ การส่งออก การซื้อขาย การจัดเก็บ และการทำการตลาด ไปจนถึงการกลั่นน้ำมันดิบที่มีต้นกำเนิดจากเวเนซุเอลา หลังสภาแห่งชาติเวเนซุเอลา มีมติยกเลิกกฎหมายฉบับปี 2549 ที่ระบุให้ธุรกิจน้ำมันต่างชาติต้องร่วมทุนกับบริษัท พีดีวีเอสเอ ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจด้านพลังงานของเวเนซุเอลา และพีดีวีเอสเอต้องเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่
ขณะเดียวกัน สภาแห่งชาติเวเนซุเอลายังออกกฎหมายเพิ่มหลักประกันแก่ภาคเอกชนด้านพลังงาน ลดภาษีและค่าภาคหลวง และยกเลิกการควบคุมการสำรวจโดยรัฐ ซึ่งเป็นสิ่งที่สหรัฐต้องการมาตลอด เพื่อให้สามารถเข้าถึงแหล่งน้ำมันภายในเวเนซุเอลา ซึ่งเป็นประเทศที่มีปริมาณน้ำมันสำรองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก
ด้านนางเดลซี โรดริเกซ รักษาการประธานาธิบดีเวเนซุเอลา ยกย่องความเคลื่อนไหวดังกล่าวของสหรัฐ ว่าเป็น “ก้าวกระโดดครั้งประวัติศาสตร์” และยืนยันการหารือทางโทรศัพท์กับทรัมป์ เพื่อให้ภาคส่วนน้ำมันของเวเนซุเอลา และอุตสาหกรรมอื่นได้รับการพัฒนามากยิ่งขึ้น.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



