เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 1 ก.พ.69 ที่ลาดพร้าว 64 กทม. นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะแม่ทัพหาเสียง กทม. พรรคภูมิใจไทย(ภท.) ลงพื้นที่ปราศรัยหาเสียงช่วย นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ผู้สมัคร สส.กทม.เขตห้วยขวาง-วังทองหลาง พรรคภูมิใจไทย เบอร์ 4 นอกจากนี้ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคภูมิใจไทย ยังได้มีการวีดิโอคอลมายังเวที ซึ่งมีประชาชนมาฟังการปราศรัยอย่างเนืองแน่นกว่า 1,000 คน

โดยนางศุภจี กล่าวว่า เลือกตั้งครั้งนี้เราจำเป็นต้องมี สส. ที่จะมาทำงานร่วมกัน หากเราได้เป็นรัฐบาลก็ขอโอกาสให้นายประเดิมชัยมาช่วยเป็นตัวแทนของประชาชน ซึ่งมีสิ่งที่สะท้อนมาและตรงกับนโยบายของพรรคคือ การเอาพื้นที่ที่เป็นอาคารของภาครัฐที่ไม่ได้ใช้งาน เช่น อาคารเดิมของคุรุสภา เอามาปรับปรุงเป็นสถานที่ดูแลผู้สูงวัย โดยให้เอกชนมาช่วยบริหารให้ นอกจากนี้ ยังมีโครงการคนละครึ่งพลัส ถ้าอยากได้ก็ต้องช่วยเลือกเราเข้าไปกัน รวมทั้งนโยบายลดค่าไฟ และสิ่งสำคัญก็คือพยาบาลชุมชน ที่เราจะทำเป็นพยาบาลอาสาช่วยดูแลคนในชุมชน นอกจากนี้ ในพื้นที่ก็ยังมีวัยทำงาน วัยรุ่น ก็จะมีนโยบายที่จะเข้าไปส่งเสริมทักษะให้คนในชุมชนว่าอยากเรียนรู้เรื่องอะไร เพื่อสร้างงาน สร้างโอกาส

“นโยบายของพรรคภูมิใจไทยเน้นในเรื่องปากท้อง เศรษฐกิจ เน้นในเรื่องความเป็นอยู่ของคนทุกช่วงวัย และคนในชุมชนด้วย ดังนั้น ขอฝากตัวแทนของเราเพื่อจะเป็น สส. เราจะได้รับรู้ความต้องการของคนในพื้นที่ เพื่อจะเอามาทำเป็นนโยบาย ทำสิ่งดีๆ ส่งกลับคืนให้กับพี่น้องประชาชนต่อไป” นางศุภจี กล่าว

ด้านนายเอกนัฏ ปราศรัย ว่า นายประเดิมชัยทำงานมาตลอด ลงพื้นที่ช่วงโควิด-19 ก็ช่วยเหลือคนในพื้นที่ไม่เคยทิ้ง มีปัญหาก็สู้ให้และยังรู้ปัญหาทุกเรื่องดี เราต้องมี 3 ดรีมทีมที่จะมาทำงานให้รัฐบาล และต้องมีคนแบบนายประเดิมชัยมาทำงานเชื่อมต่อกัน

“ที่ผมมาพรรคภูมิใจไทยก็เหมือนกับหลายคนที่ครั้งนี้อยากจะเลือกพรรคภูมิใจไทย เพราะพรรคภูมิใจไทยพูดแล้วทำ ตั้งแต่มาเป็นรัฐบาล 3 เดือนพิสูจน์ให้เห็นว่าทำเพื่อบ้านเมือง หลายพรรคพูดเก่งพูดดี แต่พอถึงเวลา ทำได้อย่างที่พูดหรือไม่ พอทำจริงก็ทำอีกแบบหนึ่ง” นายเอกนัฏ กล่าว

นายเอกนัฏ กล่าวว่า มีการมาบอกว่าเราปั่นกระแสชาตินิยมเรื่องปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา แต่เราไม่ได้มาปั่นกระแสชาตินิยม แม้คนในกรุงเทพเราก็ยังเป็นห่วงลูกหลานของเราทหารชายแดน และคนที่อยู่จังหวัดชายแดน แต่ถ้าเราไม่สามารถปกป้องอธิปไตยของไทยได้ ประเทศไม่มีความมั่นคง แล้วเศรษฐกิจจะโตได้หรือไม่ ดังนั้น เรื่องความมั่นคงจึงเป็นสิ่งสำคัญมากที่จะทำให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ นอกจากนี้ ตัวเลขจีดีพีที่คาดการณ์ว่าโต 0% กว่าพอรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล เข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรี ก็ใช้ดรีมทีมอย่างท่านเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ, นางศุภจี และยังมีนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว มาทำโครงการคนละครึ่งพลัสที่ดันเศรษฐกิจโตขึ้นมาได้ จีดีพีโต 1% กว่า

“เลือกพรรคภูมิใจไทยได้บุคคลเหล่านี้ที่มีฝีมือมาทำงานแน่นอน อย่าเอาประเทศมาเสี่ยงในอนาคตที่ไม่รู้จะได้นโยบายของรัฐบาลแบบไหน  ถ้าไม่อยากเสี่ยงก็ต้องเลือกคนที่ทำงานเห็นผลงานมาแล้ว รอบนี้ขอเสียงเทใจให้พรรคภูมิใจไทยไม่แบ่งให้ใคร ซึ่งอีกไม่กี่ก้าวเราจะเข้าเส้นชัยแล้ว ขอให้เลือกเบอร์ 4 นายประเดิมชัย และเลือกเบอร์ 37 ให้พรรคภูมิใจไทย” นายเอกนัฏ กล่าว.