นายสามารถ มะลูลีม รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ และผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อของพรรครวมไทยสร้างชาติ เปิดเผยว่า พรรครวมไทยสร้างชาติ มีนโนยายที่เด่นชัดและจับต้องได้ โดยเฉพาะนโยบายด้านกีฬาที่เน้นการดูแลสวัสดิการนักกีฬา ช่วยเหลือนักกีฬาที่เจ็บป่วย ทุพพลภาพ รวมไปถึงนักมวยไทยที่เปรียบเสมือนหมาล่าเนื้อ ขณะที่นักกีฬาที่เป็นทีมชาติปัจจุบัน ก็จะมีการดูแลให้ดีกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ในฐานะที่พวกเขได้ที่เสียสละทำชื่อเสียงให้แก่ประเทศชาติ

นายสามารถ กล่าวว่า ในส่วนของ กองทุนพัฒนาการกีฬาเพื่อสวัสดิการคนกีฬา พรรครวมไทนสร้างชาติ มีนโยบายในการส่งเสริมให้มีการกำหนดวัตถุประสงค์ในการจัดสรรและบริหารงบประมาณ กองทุนพัฒนาการกีฬาให้ชัดเจนในเรื่องของการนำมาเป็นสวัสดิการของนักกีฬาไทย โดยนโยบายของพรรคในการกำหนดวัตถุประสงค์ของกองทุนพัฒนาการกีฬา เพื่อเป็นการให้นโยบายที่มอบให้คณะกรรมการกองทุนการกีฬาพิจารณาในการใช้งบประมาณเพื่อมุ่งประโยชน์โดยตรงสำหรับให้เป็นสวัสดิการให้กับนักกีฬาเป็นสำคัญ เพราะงบประมาณที่นำมาใช้ในกองทุนกีฬานี้ มาจากภาษีสุรา-ยาสูบ ร้อยละ 2 ดังนั้นการที่จะใช้เงินกองทุน ก็ควรที่จะมุ่งเน้นไปที่สวัสดิการให้กับนักกีฬาที่ได้เสียสละร่างกายในการทำประโยชน์สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ

นายสามารถ กล่าวอีกว่า ดังนั้นควรที่จะมีการพิจารณาจัดสรรเพิ่มวงเงินในเรื่องสวัสดิการต่าง ๆ ของนักกีฬาให้มากขึ้น รวมทั้งเพิ่มชนิดประเภทของกีฬาให้ครอบคลุมมากขึ้น โดยนโยบายนี้จะกำหนดให้กรรมการกองทุนพัฒนาการกีฬาหรือผู้เกี่ยวข้องกับนักกีฬาควรมีการพิจารณาเพิ่มวงเงินที่ใช้จัดสรรในเรื่องสวัสดิการนักกีฬาให้เหมาะสม และครอบคลุมในทุกชนิดกีฬา เช่น การสนับสนุนนักกีฬามวยตาม พระราชบัญญัติกีฬามวย พ.ศ. 2542 ควรมีการเพิ่มสวัสดิการให้กับนักกีฬาหรือผู้ที่ได้รับสิทธิตามกฎหมายสามารถ เพื่อให้สามารถได้รับอัตราเงินอุดหนุนจากกองทุนอย่างเหมาะสม ให้เทียบเท่ากับค่าครองชีพที่สูงขึ้นในปัจจุบัน เช่น ค่าปลงศพควรปรับขึ้นจาก 15,000 บาท ให้เป็น 20,000 บาทต่อคนต่อกรณี สำหรับนักกีฬาหรือผู้เกี่ยวข้องที่ได้ลงทะเบียนกับทางการกีฬาที่มีประมาณ 2,300 คน หรือการดูแลสวัสดิการของนักกีฬาคนพิการที่เป็นตัวแทนสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ ก็สมควรที่จะได้รับการดูแลด้วยสวัสดิการที่เหมาะสมเช่นกัน

“ผมอยากทำให้กรุงเทพมหานครเป็นเมืองหลวงของกีฬามวยไทยของโลก หรือ Thai Boxing Hub เราต้องจัดตั้งศูนย์ฝึกกีฬามวยไทยที่ดีมีมาตรฐานสูงที่สุดเพื่อเป็นศูนย์ฝึกมวยไทยที่พร้อมเป็นสถานที่สำหรับเป็นที่รองรับให้กับเยาวชนและประชาชนในพื้นที่ อีกทั้งเป็นการรองรับเยาวชน ประชาชน นักท่องเที่ยว นักกีฬามวยไทยในประเทศเพื่อนบ้าน ได้มาใช้บริการของศูนย์ฝึกกีฬามวยไทยในประเทศไทย นอกจากนี้อดีตนักมวยไทยที่ขึ้นทะเบียนไว้กับการกีฬาแห่งประเทศไทย จะต้องได้รับค่ารักษาพยาบาลจากกองทุนพัฒนาการกีฬา ปีละ 1,000 ทุน ทุนละ 5,000 บาท กรณีเจ็บป่วยหรือบาดเจ็บจากการแข่งขัน รัฐต้องดูค่ารักษาพยาบาล นักมวยต้องไม่สู้เพียงลำพัง คุณสู้บนเวที ส่วนเราดูแลคุณนอกเวที” นายสามารถ กล่าว.