เมื่อวันที่ 2 ก.พ. ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก นายสัญญาภัชระ สามารถ ทนายความ เปิดเผยว่า ตนได้รับมอบหมายจาก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร. ยื่นฟ้อง พ.ต.ท.คริษฐ์  ปริยะเกตุ อดีตลูกน้องคนสนิท ในความผิดฐาน แจ้งความเท็จเพื่อให้ผู้อื่นได้รับโทษทางอาญา จากกรณีที่ พ.ต.ท.คริษฐ์ ได้มีการไปแจ้งความ กล่าวหาว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ทำร้ายร่างกาย มีผลทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงและสังคมมองไปในแง่ที่ไม่ถูกต้อง จึงรักษาสิทธิด้วยการดำเนินการมาฟ้องร้องในวันนี้ ส่วนที่ก่อนหน้านี้ได้มีการไปแจ้งความ พ.ต.ท.คริษฐ์ ไว้ที่กองบังคับการปราบปราม ก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนในการรวบรวมพยานหลักฐาน ส่วนที่มายื่นฟ้องต่อศาลอาญาในวันนี้ เพื่อต้องการให้คดีเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมโดยรวดเร็ว

นายสัญญาภัชระ กล่าวว่าย้ำว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าวต้องมีใครคนหนึ่งพูดไม่จริง จึงต้องการนำเรื่องราวและพยานหลักฐานเข้ามาพิสูจน์กันในชั้นศาล โดยศาลรับคดีไว้ เป็นคดีหมายเลขดำ ที่ อ.308/2569  พร้อมนัดไต่สวนมูลฟ้อง ในวันที่ 20 เมษายน 2569 เวลา 09.00 น. นอกจากนี้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ และทีมทนายความ ยังพิจารณาที่จะเตรียมดำเนินคดีกับบุคคล ที่มีการกล่าวหา พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ทำให้ได้รับความเสียหายเสียชื่อเสียง กรณีที่มีการนำพยานหลักฐานทางเวชระเบียนของแพทย์มาเผยแพร่ผ่านสื่อ โดยจะดำเนินการภายในสัปดาห์หน้า

ส่วนกรณีที่มีการให้ข่าวของฝ่ายตำรวจว่า มีอดีตลูกน้องของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ อีก 17 นาย ที่เตรียมจะแจ้งความดำเนินคดีกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ในข้อหาต่าง ๆ นั้น นายสัญญาภัชระ กล่าวว่า หากมีพยานหลักฐานก็สามารถดำเนินการได้ แต่หากไม่มีพยานหลักฐานหรือว่าหลงเชื่อบุคคลใด พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ บอกว่าก็ต้องใช้สิทธิเพื่อรักษาสิทธิ์ของตัวเอง เพราะการกล่าวหาในคดีมีหลายองค์ประกอบที่นำไปสู่ความเชื่อถือเชื่อมั่นและศักดิ์ศรีของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เอง.