คำกล่าวสุดท้ายของ อีลอน มัสก์ ที่ World Economic Forum เรียกเสียงฮือฮาจากผู้ร่วมงาน และทำให้ผู้คนจินตนาการต่อว่า ภาพอนาคตที่เราพูดกันมาหลายวันมันจะเกิดขึ้นจริงไหม ระเบียบโลกใหม่ จะเปลี่ยนแปลงความเป็นอยู่ และคุณภาพชีวิตของผู้คนทั่วโลกอย่างไร

เขากล่าวว่า ขอกระตุ้นให้ผู้นำโลกให้มองโลกในแง่ดี และตื่นเต้นกับอนาคตที่กำลังจะมาถึง สำหรับคุณภาพชีวิตของผู้คนแล้ว คนที่มองโลกในแง่ดี แม้จะมองผิด ก็ยังดีกว่าพวกมองโลกในแง่ร้าย ที่คาดการณ์ได้ถูกต้อง

ผู้คนที่คุยกันเรื่อง ระเบียบโลกใหม่ มาหลายวัน กำลังคิดเรื่องอนาคตที่เราไม่คุ้นเคย เหล่าอนุรักษนิยมที่ไม่ชอบการเปลี่ยนแปลงนี้ ไม่พอใจ และมองด้านลบ คนที่มองโลกใหม่ในแง่ร้าย มักจะต่อต้านหาวิธีขัดขวางการเปลี่ยนแปลง เห็นโลกใหม่เป็นอุปสรรค และภัยคุกคาม

ต่างจากคนที่มองโลกใหม่ในแง่ดี เห็นการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ เป็นโอกาสใหม่ โอกาสทางธุรกิจ โอกาสที่จะพัฒนาความมั่งคั่ง พัฒนาคุณภาพชีวิต และได้ทดลองแนวคิดใหม่ ๆ ที่หลุดโลก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องหุ่นยนต์ AI ต่าง ๆ ที่จะมีบทบาทเพิ่มขึ้นในโลกใบใหม่ หุ่นยนต์ที่มาช่วยทำงานในโรงงานอุตสาหกรรม ในบ้าน หรือแม้เป็นเพื่อนคู่คิด ยานพาหนะที่ขับเคลื่อนได้เอง โอกาสใหม่ในอวกาศ ทั้งแหล่งทรัพยากรใหม่ ๆ เทคโนโลยี การย้ายถิ่นฐาน และการท่องเที่ยวในสุริยจักรวาล การพัฒนาพลังงานสะอาดพลังงาน แสงอาทิตย์ ลดต้นทุน ลดคาร์บอน เพิ่มคุณภาพชีวิต และที่สำคัญ เมื่อโลกใบใหม่เปลี่ยนแปลงไป ความหมายและคุณค่าของความเป็นมนุษย์ของเราก็กำลังเปลี่ยนไปด้วย

สำหรับเขาพร้อมที่จะเป็นคนมองโลกใหม่ในแง่ดี เปิดมุมมอง ค้นคว้าหานวัตกรรม มองหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ วันนี้เขายังไม่รู้ว่าเขามองถูกหรือมองผิด แต่เขาคิดว่าการเป็นคนมองโลกในแง่ดี และลงมือทำ แม้จะมองผิดก็จะทำให้คุณภาพชีวิตของคนทั่วโลกดีขึ้น ดีกว่าคนที่มองโลกในแง่ร้าย นิ่งเฉย แม้จะคาดการณ์ได้ถูกต้อง

แล้วท่านผู้อ่านเป็นคนแบบไหน ตื่นเต้นกับอนาคตของโลกใบใหม่ มองหาโอกาสใหม่ ๆ หรือยัง.