เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 2 ก.พ. 69 ที่ บริเวณหน้าสำนักงานตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา พล.ต.ท.พฤทธิพงษ์ ประยูรศิริ ผบช.ภ.3 พร้อมด้วย พล.ต.ต.ชูสวัสดิ์ จันทร์โรจนกิจ รอง ผบช.ภ.3 พล.ต.ต.สนธยา แต่แดงเพชร ผบก.สืบสวนสอบสวน ภ.3 และ พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผบก.ภ.จ.นครราชสีมา พ.ต.อ.ธรรมนูญ ฉิมวงษ์ รอง ผบก.สส.ภ.3 หน.ชุดขยายผลยาเสพติด ภ.3 พ.ต.อ.คเชนท์ เสตะปุตตะ รอง ผบก.ภ.จว.ชัยภูมิ ปรก.ภ.จ.นครราชสีมา (หน.ชุดขยายผลคดียาเสพติด ภ.จ.นครราชสีมา) พ.ต.อ.สหพร เอียการนา ผกก.สส. ภ.จ.นครราชสีมา พ.ต.ท.กมล วงศ์แสนสาน รอง ผกก.สส.สภ.ลำทะเมนชัย ร่วมกันแถลงผลปฏิบัติการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดตามนโยบายรัฐบาล โดยสามารถทลายเครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญได้ 2 เครือข่าย จับกุมผู้ต้องหารวม 4 คน พร้อมของกลางยาบ้า 36,000 เม็ด รถกระบะ รถจักรยานยนต์ และยึดทรัพย์สินมูลค่ากว่า 8 แสนบาท

ปฏิบัติการครั้งนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 27 ม.ค. ที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนขยายผลยาเสพติด ภาค 3 บูรณาการกำลังสกัดจับรถกระบะอีซูซุ ดีแมคซ์ สีน้ำตาล บริเวณแยกไฟแดงตำบลหินดาด อ.ห้วยแถลง จ.นครราชสีมา จับกุมนายถิรวัฒน์ และนายสาโรจน์ พร้อมยาบ้า 6,000 เม็ด หลังสืบทราบว่ามีพฤติการณ์ลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ เข้ามาจำหน่ายในพื้นที่ จ.นครราชสีมา จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ขยายผลจับกุมเครือข่ายต่อเนื่องในพื้นที่ อ.บัวใหญ่ โดยสามารถล่อซื้อและจับกุมนายจุลจักร์ พร้อมพวกอีก 2 คน คือนายวีระยุทธ และนายณัฐพล ตรวจค้นพบยาบ้าเพิ่มเติมอีก 10,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ในกระท่อมนาทิศตะวันออกหมู่บ้านหนองแจ้งใหญ่

อย่างไรก็ตาม ในระหว่างการจับกุมกลุ่มผู้ต้องหาที่ อ.บัวใหญ่ ได้เกิดเหตุการณ์แทรกซ้อน เมื่อนางสมหมาย (สงวนนามสกุล) มารดาของหนึ่งในผู้ต้องหา ได้นำเงินสด 200,000 บาท มาเสนอให้แก่เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม เพื่อขอให้ปล่อยตัวลูกชาย เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการจับกุมนางสมหมาย ในข้อหาให้สินบนเจ้าพนักงานอีกหนึ่งคดี ส่งพนักงานสอบสวน สภ.จอหอ ดำเนินคดีตามกฎหมาย

นอกจากนี้จากการขยายผลจากคำให้การของผู้ต้องหาชุดแรก เจ้าหน้าที่ยังสามารถไปตรวจยึดยาบ้าที่เครือข่ายนำมาวางพักไว้ริมถนนในพื้นที่ อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ ได้เพิ่มอีก 20,000 เม็ด เมื่อช่วงเช้ามืดของวันที่ 30 ม.ค. รวมของกลางยาบ้าในปฏิบัติการครั้งนี้ทั้งสิ้น 36,000 เม็ด ทั้งนี้ ตำรวจภูธรภาค 3 ยืนยันจะเดินหน้ากวาดล้างเครือข่ายยาเสพติดอย่างเข้มข้น และขอความร่วมมือประชาชนแจ้งเบาะแสผ่านสายด่วน 191 หรือ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง.



