เมื่อวันที่ 2 ก.พ. ที่ จ.นครปฐม นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน พร้อมด้วยนายกรุณพล เทียนสุวรรณ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ และรองโฆษกพรรคประชาชน ลงพื้นที่ช่วยผู้สมัคร สส.นครปฐม ทั้ง 6 เขตของพรรคประชาชน หาเสียง โดยนายพิธา ให้สัมภาษณ์ถึงการหาเสียงพื้นที่ จ.นครปฐมและสุพรรณบุรี อาจเจอบ้านใหญ่และเป็นการวัดพลังกับพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ เพราะนายกรัฐมนตรีก็ไปปราศรัยที่ จ.สุพรรณบุรี วันนี้เช่นเดียวกัน นายพิธา กล่าวว่า คงเป็นเรื่องบังเอิญทางการเมือง แต่คิดว่าหลายพื้นที่มีความตื่นรู้ทั้งใน จ.นครปฐมและสุพรรณบุรี ที่ไม่มีใครเป็นเจ้าของ ประชาชนเป็นเจ้าของอยู่แล้ว

“ขอโหมโรงไว้ก่อนว่าผมจะปราศรัยศักราชใหม่ของ จ.สุพรรณบุรี ศักราชใหม่ของสุพรรณบุรี ผมคิดว่ามันถึงเวลาที่จะเปิด Era (ยุค) ใหม่ของจังหวัดนี้ หลังจากที่เป็นสีชมพูมาตั้งแต่ปี 2531 อาจมีเป็นสีแดงอยู่ครั้งสองครั้ง ตอนปี 54 หากดูสถิติมามันก็ 30 กว่าปีแล้ว ผมก็คิดว่ามันน่าจะถึงศักราชใหม่ของพี่น้องชาวสุพรรณบุรีสักที คืนนี้จะเป็นคนที่แนะนำหัวหน้าเท้ง เอาปัญหาเดิมๆ ของคนสุพรรณบุรีและเอาเทคโนโลยีของหัวหน้าเท้งมาใส่และแสดงให้เห็นว่าถ้าคนสุพรรณบุรีเปลี่ยนใจออกมา หน้าตาของสุพรรณบุรีหรือวิสัยทัศน์ของชาวสุพรรณบุรี 8 ปีข้างหน้าจะเป็นอย่างไร” นายพิธา กล่าว

นายพิธา กล่าวว่า  คิดว่าน่าจะได้เห็นภาพที่แตกต่าง ไม่ใช่แค่เห็นว่าเวทีไหนคนมาเยอะกว่ากัน คิดว่าคนสุพรรณบุรีไม่น่าจะตื้นเขินขนาดนั้น อยากให้ฟังเนื้อหาว่าใครเป็นแคนดิเดตนายกฯ และทำได้ขนาดนี้ ซึ่งตนคิดว่ามีแค่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนคนเดียว

เมื่อถามว่าสนามเลือกตั้งสุพรรณบุรีด้วยนโยบายและตัวแคนดิเดตนายกฯ จะปักธงส้มล้มมังกรสุพรรณฯ ได้หรือไม่ นายพิธา กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับประชาชน “ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเท้ง ไม่ได้ขึ้นอยู่กับทิม ไม่ได้ขึ้นอยู่กับธร ขึ้นอยู่กับประชาชนอย่างเดียว” 80% เท่านั้น ตั้งเป้าไปด้วยกันทั้งประเทศ ถ้าจำความรู้สึกแบบเมื่อวานได้ และมาใช้สิทธิเหมือนตอนเลือกตั้งล่วงหน้าได้ ถ้าร่วมกันคนไทย 100 คน มาใช้สิทธิ 80 เมื่อไร ทุกปัญหาความกังวลจะหายไปได้ทันที จะกลายเป็นประชาชนล้อมไว้หมดแล้ว รวมถึงการเฝ้าหีบ และดูบัตรเสีย ก็ต้องการประชาชน และอยากขอฝากสื่อมวลชนช่วยให้อธิบายเฟคนิวส์ ชวนคนมาเลือกตั้งให้ได้ 80% และช่วยกันเฝ้าหีบหากประชาชนช่วยกันได้ อะไรก็เกิดขึ้นได้

ส่วนตอนนี้ยังไม่ถึงวันเลือกตั้ง แต่มีกระแสข่าวว่าบางพรรคการเมืองดีลจัดตั้งรัฐบาลและเก้าอี้รัฐมนตรีแล้วนั้น นายพิธา กล่าวว่า เขาดูถูกประชาชนมาก เราต้องรอผลการเลือกตั้งและเจตจำนงของประชาชน พรรคการเมืองที่ดีก็ต้องทำตามเจตจำนงของประชาชน ว่าครรลองคลองธรรมในการจัดตั้งรัฐบาลเป็นอย่างไร

“ให้ผลการเลือกตั้งกับการตั้งรัฐบาลสอดคล้องกัน ไม่ใช่ผลเลือกตั้งมาแบบนี้ แล้วจะตั้งรัฐบาลแบบนี้ และทำให้คนที่ประชาชนเลือกมากที่สุดต้องไปอยู่บอสตันแบบนี้ ปีนี้ไม่เอาแบบนี้แล้วครับ ให้ผมเป็นคนสุดท้าย” นายพิธา กล่าว.