เมื่อวันที่ 3 ก.พ. ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษายกฟ้องคดี ที่ น.ส.อุษณีษ์ ปฐพีศรีกิจส เลิศรัตนานนท์ อาจารย์จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ยื่นฟ้องคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และสำนักงาน กกต. ว่า ต่อหน้าที่ตามที่กฎหมาย ด้วยการกำหนดให้มีการลงทะเบียนประชามตินอกเขต เพียง 3 วัน (วันที่ 3-5 ม.ค. 2569) ซึ่งระบบไม่สามารถรองรับการลงทะเบียนจำนวนมากพร้อมกันได้ ประกอบกับไม่มีการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบอย่างทั่วถึง เป็นเหตุให้ น.ส.อุษณีษ์ ซึ่งลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าได้ แต่ไม่สามารถลงทะเบียนประชามตินอกเขตได้ ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหาย โดยขอให้ศาลมีคำพิพากษาสั่งให้ กกต. เปิดให้ลงทะเบียนประชามตินอกเขตเพิ่มเติม 

ทั้งนี้ ศาลให้เหตุผลว่า ตาม ม.41, พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2564 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการออกเสียงประชามติที่กำหนดให้วันออกเสียงประชามติในวันเดียวกับวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่ เป็นการเลือกตั้งทั่วไป พ.ศ. 2568 ข้อ 105 เมื่อคณะรัฐมนตรี กำหนดให้วันที่ 8 ก.พ. 2569 เป็นวันออกเสียงประชามติ ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง กำหนดวันออกเสียงประชามติ ซึ่งได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 2 ม.ค. 2569 กกต. จึงต้องกำหนดให้วันที่ 3-5 ม.ค. 2569 เป็นวันยื่นคำขอลงทะเบียนใช้สิทธิลงคะแนนออกเสียงประชามตินอกเขต รวมทั้งการยื่นคำขอทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ตด้วย

นอกจากนี้ น.ส.อุษณีษ์ ยอมรับว่าได้ทราบถึงประกาศ กกต. เรื่องกำหนดวันและเวลายื่นคำขอลงทะเบียนใช้สิทธิลงคะแนนออกเสียงประชามตินอกเขต ซึ่ง กกต. ได้กำหนดให้ยื่นคำขอลงทะเบียนใช้สิทธิลงคะแนนออกเสียงประชามตินอกเขตออกเสียงประชามติไว้ 3 ช่องทาง คือ 1.ยื่นคำขอต่อนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่น 2.ยื่นคำขอทางไปรษณีย์ และ 3.ยื่นคำขอทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ได้จนถึงเวลา 24.00 น. ของวันที่ 5 ม.ค. ตามเวลาประเทศไทย และปรากฏข้อเท็จจริงว่า น.ส.อุษณีษ์ ได้ยื่นคำขอทางอินเทอร์เน็ตครั้งสุดท้ายในวันที่ 5 ม.ค. 2569 เวลา 15.42 น. ซึ่งเหลือระยะเวลาการยื่นคำขออีกกว่า 8 ชั่วโมง โดย น.ส.อุษณีษ์ ไม่ได้พยายามยื่นคำขออีกแต่อย่างใด

ดังนั้นการที่ น.ส.อุษณีษ์ กล่าวอ้างว่า ไม่สามารถยื่นคำขอใช้สิทธิลงคะแนนออกเสียงประชามตินอกเขตได้ เนื่องจาก กกต. กำหนดเวลาที่น้อยเกินไป และเป็นการกำหนดเวลาหลังจากวันหยุดยาว ประกอบกับการประชาสัมพันธ์ไม่ทั่วถึง จึงไม่อาจรับฟังได้ การดำเนินการของ กกต. เป็นกระทำที่ชอบตัวยกฎหมายแล้ว.