เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 3 ก.พ.ที่บึงตะเครง อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นำทีมผู้สมัครสส.พรรคภูมิใจไทย ลงพื้นที่พบปะประชาชนในจังหวัดพิษณุโลก ท่ามกลางบรรยากาศคึกคัก มีประชาชนมารอให้กำลังใจอย่างเนืองแน่น โดยผู้สมัครสส.ประกอบด้วย นายจักษ์ พันธ์ชูเพชร เขต 1, น.ส.ปรานอม หลิมประเสริฐ เขต 2, นายพงษ์มนู ทองหนัก เขต 3, นายนิยม ช่างพินิจ เขต 4 และ นายจุติ ไกรฤกษ์ เขต 5 ระหว่างที่นายอนุทินขึ้นเวทีปราศรัย มีเสียงประชาชนตะโกนขึ้นว่า “อยากได้อนุทินเป็นนายกฯ” ทำให้นายอนุทินยิ้ม พร้อมชูนิ้วโป้งทักทาย


โดยนายอนุทิน กล่าวถึงความผูกพันกับจังหวัดพิษณุโลกว่า ตนเดินทางมากราบสักการะสมเด็จพระพุทธชินราชอยู่เสมอ และพกพระสมเด็จพระพุทธชินราช ใบเสมา ติดตัวเป็นประจำ ย้ำว่าพิษณุโลกไม่ใช่เมืองผ่าน แต่เป็นเมืองแห่งศักยภาพ สามารถยกระดับเป็นศูนย์กลางเชื่อมต่อภาคเหนือตอนบน ภาคกลาง และภาคอีสานได้ หากมีการวางแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและคมนาคมอย่างจริงจัง


ส่วนปัญหาน้ำท่วมในจังหวัดพิษณุโลก ถึงเวลาเลิกคิดแบบเดิมที่น้ำท่วมแล้วจ่ายเงินเยียวยาทุกปี แต่ต้องนำงบประมาณไปสร้างระบบระบายน้ำ ระบบกักเก็บน้ำ และฟลัดเวย์อย่างเป็นระบบ เพื่อแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน พร้อมย้ำว่า หากได้เป็นนายกรัฐมนตรี จะสามารถบูรณาการการทำงานทุกกระทรวงได้เต็มที่ แก้ปัญหาได้จริง ไม่ติดขัดเหมือนที่ผ่านมานอกจากนี้ นายอนุทิน ยังยืนยันว่า นโยบายคนละครึ่งพลัสจะเดินหน้าทันทีหากพรรคภูมิใจไทยกลับมาเป็นรัฐบาล โดยจะไม่ใช่การแจกเงินเปล่า แต่เป็นการใช้เงินอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างยั่งยืน



ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการลงพื้นที่หาเสียงในครั้งนี้เป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนจากหลายหมู่บ้านในอำเภอบางระกำและพื้นที่ใกล้เคียงทยอยเดินทางมาร่วมกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง บางส่วนสวมเสื้อสีน้ำเงินของพรรคภูมิใจไทย ถือป้ายให้กำลังใจ และโบกธงพรรคต้อนรับคณะหาเสียงอย่างอบอุ่น ขณะที่พ่อค้าแม่ค้าและชาวบ้านในพื้นที่ต่างเข้ามาทักทาย จับมือ และขอถ่ายภาพเซลฟี่กับนายอนุทินอย่างเป็นกันเอง สะท้อนความใกล้ชิดระหว่างผู้สมัครกับประชาชนในพื้นที่ โดยมีประชาชนตะโกนส่งเสียงเชียร์ ขอให้กลับมาเป็นนายกฯ ซึ่งตลอดการปราศรัยประชาชนมีปฏิกิริยาตอบรับเป็นระยะ ทั้งเสียงปรบมือ เสียงโห่ร้องเห็นด้วย และเสียงตะโกนสนับสนุนนโยบาย โดยเฉพาะประเด็นราคาข้าว การแก้ปัญหาน้ำท่วม และนโยบายคนละครึ่งพลัส สะท้อนว่าประเด็นปากท้องและคุณภาพชีวิตยังคงเป็นเรื่องสำคัญที่ประชาชนในพื้นที่ให้ความสนใจ บรรยากาศโดยรวมจึงเป็นไปด้วยความคึกคัก อบอุ่น.






