เมื่อวันที่ 3 ก.พ. เวลา 17.00 น. ที่หน้าศาลากลางเก่าจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์เปิดปราศรัยใหญ่ “คนตรังไม่ทนทุนเทา” นำโดยนายอภิสิทธิ์เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี และผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อ นายจูรี นุ่มแก้ว ผู้สมัครสส.เขต 2 สงขลา และรองหัวหน้าพรรคฯ นายชัยชนะ เดชเดโช รองหัวหน้าพรรคฯ ดูแลภาคใต้ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รองหัวหน้าพรรคฯ ร่วมปราศรัย โดยมีประชาชนมาร่วมฟังการปราศรัยเต็มทุกที่นั่งที่พรรคฯ จัดเก้าอี้ไว้ 14,000 ตัว และยังมีประชาชนที่นั่งฟังอยู่รอบข้างพื้นที่เต็มบริเวณ นอกจากนี้ ยังมียอดผู้เข้ามาชมผ่านทางไลฟ์สดการปราศรัยของพรรคประชาธิปัตย์ มีกว่า 100,000 คน เช่นเดียวกับการปราศรัยที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อวานนี้ (2 ก.พ.)
ทั้งนี้ นายจุรี กล่าวปราศรัยตอนหนึ่ง ว่า เขาบอกกันว่า ตรังคือเมืองหลวงของพรรคประชาธิปัตย์ ดังนั้น ประชาชนต้องช่วยปกป้องยุทธภูมิแห่งนี้ ทำอย่างไรก็ได้อย่าให้เมืองหลวงของประชาธิปัตย์แตก อย่าให้ใครมาชิงไปได้ และพรรคนี้คือพรรคของพ่อเฒ่าที่ท่านสืบทอดเจตนารมย์มา ส่วนนโยบาย ถ้านายอภิสิทธิ์ได้เป็นนายกฯ ประชาชนจะได้รับเบี้ยผู้สูงอายุ เดือนละ 1,000 บาท และมีนโยบายให้เงินสนับสนุนคนที่คลอดบุตร ได้รับ 5,000 บาท และได้รับอีกเดือนละ 5,000 ทุกเดือนจนครบ 65,000 บาท และยังมีนโยบายอีกมากมายในการดูแลชีวิตประชาชน แต่สิ่งที่พูดมาทั้งหมดจะเกิดขึ้นไม่ได้ ถ้าท้ายที่สุด ประชาชนถูกธนบัตร 1,000 บาท กลบแล้วไม่ออกมาเลือกพรรคประชาธิปัตย์
นายจุรี กล่าวอีกว่า เราอย่าให้การเลือกตั้งกลายเป็นการประมูล มิฉะนั้นเราจะอยู่กันอย่างไรในอนาคต ถ้าคนมีเงินมากที่สุดสามารถซื้ออะไรได้ทุกอย่าง ฉะนั้นสิ่งที่จะจัดการกับนักการเมืองได้ คือประชาชนกินเหยื่อ ไม่กินเบ็ด แล้วให้เลือกพรรคประชาธิปัตย์ เอานายอภิสิทธิ์กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรี การเมืองสุจริตในสภาฯ พร้อมนายชวน หลีกภัย และขอให้ยึดเมืองหลวงของพรรคประชาธิปัตย์ในจ.ตรัง ทั้ง 4 เขตกลับมาให้ได้
จากนั้น นายชัยชนะ กล่าวว่า ถึงเวลาที่คนตรังร่วมปกป้องคนดี ปกป้องนายชวน ร่วมปกป้องการเมือง และร่วมสร้างการเมืองที่ดี ร่วมสร้างนายกฯ คนต่อไป คือนายอภิสิทธิ์
ขณะที่ นายสาทิตย์ กล่าวว่า มีวัยรุ่นทำคลิปบอกว่าจะเลือกพรรคประชาธิปัตย์ เพราะเป็นสมบัติของพ่อเฒ่า เพราะเป็นพรรคที่ประชาชนรัก และมีอุดมการณ์สูงสุดของการเมือง แต่มีบางพรรคการเมืองวิจารณ์คำว่า “สมบัติพ่อเฒ่า” อย่างแม่ทัพสีน้ำเงิน ชื่อขึ้นต้นด้วย “พ.” ออกมาพูดจาใส่ร้ายนายชวน และให้สัมภาษณ์ว่า “สมบัติพ่อเฒ่า” ทำไมไปขุดสมบัติเก่ามากิน เขาไม่รู้ว่าสมบัติพ่อเฒ่า คือเราขุดความรักของพ่อเฒ่าขึ้นมาแล้วไปหนักอะไร เป็นการเปรียบเทียบกับความผูกพันร่วมกันระหว่างคนใต้และพรรคประชาธิปัตย์ เป็นสิ่งที่เราพูดถึงด้วยความภาคภูมิใจ และมีอีกพรรคส่งคนไปปราศรัยว่า “สมบัติพ่อเฒ่า” คือการยึดของดั้งเดิม ไม่คิดจะเปลี่ยน ซึ่งตนขอบอกว่าถ้าของเดิมมันดี เราเก็บไว้บนหิ้ง เคารพบูชา แต่ถ้าคิดจะเปลี่ยนโดยไม่ดูรากฐาน หรือส่งผลกระทบกับอะไร คำว่า “สมบัติของพ่อเฒ่า” เพราะคนปักษ์ใต้ไม่เคยลืมรากเหง้าของตัวเอง ว่าเราคือคนที่เข้าใจทางการเมืองมีจิตสำนึกทางการเมือง

ด้านนายอภิสิทธิ์ กล่าวปราศรัยตอนหนึ่งว่า ตนกลับมาพรรคประชาธิปัตย์ ด้วยภารกิจที่หนักหน่วง คือ ต้องมาช่วยพื้นฟูพรรคประชาธิปัตย์ที่ถูกมองว่ากำลังจะสูญพันธุ์ และพรรคเรากำลังมาช่วยประชาชน ที่แทบจะทนไม่ไหวกับบ้านเมืองและสภาพการเมืองที่เป็นอยู่ในขณะนี้ แต่การกลับมาครั้งนี้โชคดีที่ตนไม่ได้ทำคนเดียว แต่เพราะยังได้มีผู้อาวุโสที่ยังอยู่กับพรรคฯ จนถึงทุกวันนี้ อาทิ นายชวน หลีกภัย นายบัญญัติ บรรทัดฐาน อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และมีอีกหลายคนที่เคยร่วมงานกับตนมาก่อนหน้านี้ก็กลับมาช่วยงานตนอีกครั้ง แม้สิ่งที่ต้องไม่เปลี่ยน คืออุดมการณ์และความซื่อสัตย์สุจริต แต่พรรคประชาธิปัตย์หยุดอยู่กับที่ไม่ได้ และตนไม่ได้จะนำพาพรรคประชาธิปัตย์กลับไปเหมือนเมื่อ 15 ปีที่แล้ว ตอนที่ตนเป็นนายกรัฐมนตรี เพราะตอนนี้โลกเปลี่ยนไปมาก จึงต้องดึงคนใหม่ๆ ดึงคนทุกรุ่นเข้ามาทำงานกับตน รวมถึงมีการถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น ซึ่งประชาชนที่นี่ใช้คำว่า “สมบัติพ่อเฒ่า”
“ประชาชนที่นี่ใช้คำว่าสมบัติพ่อเฒ่า ก็มีพรรคฝ่ายตรงข้ามมากระแนะกระแหน มาแซะ ว่าเราพูดถึงแต่เรื่องเก่าๆ เขาไม่เข้าใจหรือว่าสมบัติพ่อเฒ่า ถ้ามันไม่มีค่า มันไม่มีใครเก็บไว้หรอกครับ ผมจะรอดูว่าตอนที่พรรคเขาเป็นผู้เฒ่าแล้ว จะยังเหลืออะไรอยู่ไหม” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว

นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ตอนนี้การทุจริตคอร์รัปชั่นมันเลวร้ายขึ้นไปอีกขั้น ในอดีต เงินที่หมุนเวียนในการเมือง อาจเป็นของนายทุนขนาดใหญ่ระดับประเทศ แต่หลายธุรกิจก็ยังทำธุรกิจที่สุจริต แต่ วันนี้ปริมาณเงินที่พูดกันว่า หมุนเวียนอยู่ในการเมือง 30 ล้าน 50 ล้านหรือ 70 ล้านบาท ลองคิดกันดูว่าถ้าสส.คนหนึ่ง ค่าตัว 70 ล้านบาท แล้วสส.เขตมีทั้งหมด 400 คน ไม่รู้ว่ากี่พรรคการเมืองที่ใช้ระบบนี้ เงินต้องใช้เงินมากมายมหาศาล แล้วมีธุรกิจใดที่สุจริตจะสามารถทำเงินได้มากขนาดนี้ได้ พวกธุรกิจคอลเซ็นเตอร์ สแกมเมอร์ที่หลอกลวงคนในประเทศเรา ตั้งอยู่ในประเทศรอบๆ ประเทศไทย แล้ว เมื่อคนพวกนี้หลอกเงินคนทั้งโลกมาได้แล้ว ก็ส่งเงินเข้ามาในระบบการเงินของไทย เอามาฟอกในประเทศไทย ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่มากเพราะคนทั่วโลกได้รับความเดือดร้อน เพราะไม่ใช่แค่การหลอกลวงเอาเงินแต่ยังหลอกลวงคนเอามา แต่ยังเป็นเรื่องค้ามนุษย์ด้วย ขณะที่หลายประเทศเร่งออกกฎหมาย จัดการยึดทรัพย์ ปราบปรามสแกมเมอร์ แต่ประเทศไทยทำช้ากว่า นี่ถ้าไทยไม่รบกับกัมพูชา ตนก็ไม่รู้ว่ารัฐบาลจะเข้าไปลุยจัดการกับคนพวกนี้ในฝั่งกัมพูชาหรือไม่
นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า เราจะยังยอมให้ประเทศของเราเป็นแบบนี้อีกหรือไม่ จะยอมให้ประเทศของเราถูกตีตราว่าเป็นแหล่งฟอกเงิน เป็นแหล่งรวมทุนเทา เราจะยอมรับหรือว่าเราไม่ต้องสนใจเรื่องเหล่านี้ ทั้งที่คนไทยถูกหลอกทุกปี เงินเป็นแสนล้านบาท จึงถึงเวลาที่เราจะต้องกลับมาทำบ้านเมือง ให้เป็นบ้านเมืองสุจริตเสียที ส่วนเรื่องการฟื้นฟูเศรษฐกิจในภาคใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งราคาพืชผลการเกษตรของภาคใต้ พรรคประชาธิปัตย์ได้วางแผนเรื่องนี้ไว้แล้ว รวมถึงเรื่องของการท่องเที่ยวที่ไม่ควรจำกัดอยู่เฉพาะเมืองใหญ่ๆ เพราะทุกที่ต่างก็มีของดีเช่นเดียวกัน
นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามยังมีบางพรรคการเมืองมาใส่ร้ายพรรคประชาธิปัตย์ ว่ามีสส.อยู่ในภาคใต้มานานกว่า 30 ปี ทำไมไม่ทำเรื่องพวกนี้ ซึ่งประชาชนก็รู้อยู่แล้วว่าคนที่จะอนุมัติโครงการต่างๆ คือรัฐมนตรีที่อยู่ในกระทรวง พรรคที่ด่าพรรคประชาธิปัตย์นั้น ได้นั่งคุมกระทรวงคมนาคม และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬายาวนานกว่าใคร กลับไม่ทำอะไรให้ประชาชนในภาคใต้ และไม่น่าเชื่อที่เขาพูดว่า จ.พัทลุงมีของโอทอปส่งออก คือมือปืน ทั้งที่ในพัทลุงมีดีอะไรกว่านั้นอีกเยอะ ตอนที่เขาเป็นรัฐมนตรีกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ทำได้แค่จัดอีเวนต์ ไม่ลงทุนในเรื่องโครงสร้างพื้นฐานที่จะทำให้คนทั้งโลกรู้ว่าจ.พัทลุงและตรังมีของดีอีกมาก ซึ่งถ้าพรรคประชาธิปัตย์ได้เป็นรัฐบาล เราจะทำเรื่องเหล่านี้ เราคือมืออาชีพที่ได้เคยกอบกู้เศรษฐกิจของประเทศมาแล้ว 2 ครั้ง และทุกครั้งเราไม่ได้แค่กอบกู้วิกฤติ แต่ได้วางรากฐานให้ประเทศมีความเข้มแข็งมากขึ้น ตนมั่นใจว่าถ้าทุกคนให้โอกาสเรา เราจะทำเรื่องนี้ได้
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เที่ยวนี้ขอให้ทุกคนกลับไปคิดถึงช่วงเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมาที่เราได้เคียงบ่าเคียงไหล่กันมาตลอดว่าเราจะต่อสู้กับสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เที่ยวนี้ขอให้ทุกคนเอาให้ชัด วันที่ 8 ก.พ. ช่วยกันไล่ทุนเทา ไล่คนซื้อเสียงให้ออกไปจาก จ.ตรัง และออกจากภาคใต้ให้หมดไป เราทำสัญญาใจกันวันนี้ว่าเราว่าเราจะไม่จำนนกับเรื่องเงินหรือเรื่องทุน ไม่ว่าจะสีอะไรก็ตาม เราจะช่วยกันสร้างบ้านเมืองสุจริต ทำเศรษฐกิจที่ดี เพื่อชีวิตเราจะได้มั่นคง ไทยจะได้หายจน กาฟ้า กาพรรคประชาธิปัตย์ทั้ง 2 ใบ



