เมื่อเวลา 10.45 น. วันที่ 4 ก.พ. ที่สนามซ้อมฟุตบอลศรีสะเกษ ยูไนเต็ด จ.ศรีสะเกษ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย พร้อมคณะ เดินทางมาเพื่อช่วยนายธเนศ เครือรัตน์ ผู้สมัคร สส.ศรีสะเกษ เขต 1 และนายสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ ผู้สมัคร สส.ศรีสะเกษ เขต 2 รวมถึงผู้สมัคร สส.ศรีสะเกษ เขตอื่นๆ หาเสียง
โดยนายยศชนัน กล่าวปราศรัยตอนหนึ่งว่า กราบสวัสดีพ่อแม่พี่น้องศรีสะเกษทุกคน วันนี้อาจารย์เชนมารายงานตัวกับพ่อแม่พี่น้องศรีสะเกษแล้ว นี่คือความอบอุ่น ความรู้สึกที่ไม่เคยมีมาก่อน วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่ตนจะขึ้นปราศรัยในแต่ละจังหวัด และนี่คือหมุดหมายที่เราเลือกว่า วันนี้อยากจะมาพบกับพ่อแม่พี่น้องชาวศรีสะเกษ เพราะมีบุญคุณกับพรรคเพื่อไทย และวันนี้มากราบคารวะถึงที่ เราต่อสู้มาด้วยกันเป็นเวลานาน ไม่ว่าวันนี้พรรคเพื่อไทยจะเป็นอย่างไรก็แล้วแต่ จะล้มลงกี่ครั้ง และหลายคนบอกว่าพวกเราหายไปแล้ว แน่นอนว่า ความเหนื่อยล้าเกิดขึ้นได้แต่วันนี้เราไม่ได้อยู่ และไม่ได้สู้เพียงลำพัง เราพิสูจน์แล้วว่าสิ่งที่เราทำพี่น้องประชาชนกลับมาอยู่ข้างเรา ขอศรีสะเกษทั้ง 9 เขตได้เลยหรือไม่ ให้เป็นเพื่อไทยทั้งแผ่นดิน

นายยศชนัน กล่าวว่า วันนี้ตนมาแบบจัดเต็มไฟกะพริบให้กับพ่อแม่พี่น้อง ซึ่งศรีสะเกษมีหลากหลายเรื่องมากที่เราจำเป็นจะต้องยกเครื่อง เชื่อหรือไม่นี่คือวิสัยทัศน์ของศรีสะเกษ นวัตกรรม เกษตร แหล่งท่องเที่ยวประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม การขนส่งการค้า แต่จะเป็นไปไม่ได้ถ้าวันนี้พ่อแม่พี่น้องไม่มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น วันที่ 8 ก.พ. นี้ ตนพร้อมที่จะเปลี่ยนความหวังและความฝันให้เป็นความจริง
นายยศชนัน กล่าวต่อว่า แผนจัดการน้ำของพรรคเพื่อไทย วันนี้หลายคนพูดว่าน้ำไม่ท่วม ไม่แล้ง ให้ถามย้ำว่าทำอย่างไร เอาเงินมาจากไหน ที่จะทำให้กับพ่อแม่พี่น้อง วันนี้แผนบริหารจัดการน้ำพร้อมแล้ว และพร้อมมาเกือบ 10 ปีแล้ว เริ่มทำทันที เราเคยจะทำครั้งหนึ่งแล้วในสมัยที่ตนลงสมัครรับเลือกตั้งเมื่อ 10 ปีที่แล้ว แต่ก็ไม่ได้ทำต่อ ไม่ว่าวันนี้ราคาจะขึ้นแค่ไหน เราเข้าใจว่าน้ำท่วมน้ำแล้งคือสิ่งที่อยู่คู่กับพ่อแม่พี่น้องมา แต่เปลี่ยนแปลงได้ และตนจะทำให้กับพ่อแม่ศรีสะเกษ อีกเรื่องคือเรื่องการจัดการน้ำ ทำไมถึงมีปัญหาทั้งประเทศ ซึ่งคนที่จัดการน้ำคือกรมชลประทาน เขาคือคนส่งน้ำไม่ใช่คนบริหารจัดการน้ำท่วม น้ำแล้ง เราจำเป็นต้องหาผู้รับผิดชอบโดยตรง และนี่คือสิ่งที่เรียกว่าการเปลี่ยนแปลงทั้งโครงสร้าง การบริหารจัดการน้ำ นี่คือสิ่งที่รัฐบาลพรรคเพื่อไทยจะมอบให้กับพ่อแม่พี่น้องชาวศรีสะเกษ
นายยศชนัน กล่าวต่อว่า ตนมายืนตรงนี้ที่ศรีสะเกษ อีกเรื่องที่ตนต้องพูดด้วยเกียรติและศักดิ์ศรีของความเป็นคนไทย อำนาจอธิปไตยรักษาไว้ และสันติภาพของพ่อแม่พี่น้อง ตนจะทำให้ดีที่สุด และพ่อแม่พี่น้องทั้ง 7 จังหวัด ยศชนันคนนี้จะทำให้พี่น้องคนไทย
“หลายคนถามว่าเราไปเอาเงินมาจากไหน พยายามที่จะต่อต้าน และค้านนโยบายของพรรคเพื่อไทย นโยบายคือสิ่งที่ส่งมอบสู่พ่อแม่พี่น้องประชาชน ประชาชนเดือดร้อนเราก็ต้องทำ และต้องทำให้ดีที่สุด ไม่มีใครเก่งไปทั้งหมด วันนี้ถ้าคนถามว่ายศชนันว่าไปเก่งมาจากไหน ผมไม่ได้เก่ง แต่ผมเดินกับพี่น้องประชาชน คนเก่งๆ ทั่วประเทศไทยมาช่วยกันได้หรือไม่ เพื่อพี่น้องประชาชน” นายยศชนัน กล่าว

นายยศชนัน กล่าวต่อว่า สำหรับเรื่องการศึกษา ตนไปที่ภาคอีสานในหลายจังหวัด มีคนมาบอกตนว่ามีความไม่เท่าเทียมกัน ไม่ได้รับเกียรติอย่างใน กทม. สิ่งที่เราต้องทำคือการกระจายอำนาจจากส่วนกลางมาที่อีสานได้ดูแลงบประมาณของตัวเอง จังหวัดไหนแข็งแรงให้ดูงบประมาณของตัวเอง ซึ่งขอย้ำอีกครั้งว่า ต้องลดอำนาจรัฐ คืนอำนาจสู่ประชาชน และต้องไม่ให้ใครมาเอาเปรียบ การใช้อำนาจรัฐผิดรูปแบบ เป็นสิ่งที่ผิดและไม่ดี ซึ่งพรรคเพื่อไทยพร้อมยืนหยัดอยู่กับประชาชน ต่อต้านคอรัปชันทุกรูปแบบ เงินของประชาชนก็ต้องคืนสู่ประชาชน
คนถามว่าทำไมรัฐบาลดิจิทัลถึงดี เพราะรัฐบาลดิจิทัลไม่มีใต้โต๊ะ คนที่ทำเรื่องนี้จะมีหลายคน คนเก่งมากมายจากทุกประเทศ ที่เราพูดคุยกับเขาไว้แล้ว ไม่ต้องเก่งหมดทุกด้าน ทุกอย่าง วันนี้ความสามัคคี หากเราไม่เก่งแต่ชวนคนมาทำให้ เพราะความเดือดร้อนของพ่อแม่พี่น้องประชาชน รอคนเก่งมาเกิดไม่ได้ เราต้องทำทันที ดังนั้น ช่วยกันได้หรือไม่ ซึ่งวันนี้ตนสื่อสารนโยบายกับพ่อแม่พี่น้องมาโดยตลอดอย่างจริงใจ วันนี้หมดเวลาโจมตีซึ่งกันและกัน ประเทศไทยต้องการความสมานฉันท์ สันติภาพอีกครั้ง ตนไม่อยากให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการเลือกตั้งที่ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างหมดหวัง แบ่งแยก และขัดแย้ง
จากนั้นนายยศชนัน ได้แนะนำผู้สมัคร สส.เขตและผู้สมัคร สส.บัญชี และกล่าวว่า วันนี้เรามารวมพลังกันที่จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อบอกประชาชนว่าเราจะทำทุกทางเพื่อดำรงไว้ซึ่งระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และสิ่งนี้คือสิ่งที่พรรคเพื่อไทยจะมอบสู่ประชาชน มาร่วมกันเปลี่ยนแปลงความฝัน ความหวัง ของพ่อแม่พี่น้องประชาชนให้เป็นความจริง วันที่ 8 ก.พ. ขอให้เลือกพรรคเพื่อไทยทั้งคนทั้งพรรค

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวทีปราศรัยในจุดดังกล่าวนี้ อยู่ห่างจากเวทีปราศรัยใหญ่ของพรรคภูมิใจไทย เพียง 2 กิโลเมตร



