เมื่อวันที่ 4 ก.พ. จากเหตุการณ์ที่มีการเคลื่อนย้ายช้างป่าเพศผู้อายุประมาณ 15 ปี “พลายสีดอหูพับ” ช้างป่าจากพื้นที่อำเภอภูหลวง จังหวัดเลย ได้มาหากินในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น หลังจากเมื่อวานนี้มีการเคลื่อนย้ายช้าง โดยใช้การยิงยาซึมเพื่อเคลื่อนย้ายไปยังโครงการฟื้นฟูอาหารช้างป่าภูหลวง อันเนื่องมาจากโครงการพระราชดำริ อำเภอภูหลวง จังหวัดเลย แต่เกิดล้มระหว่างเคลื่อนย้ายในพื้นที่อำเภอเวียงเก่า อยู่ห่างจากจุดที่มีการยิงยาซึมประมาณ 10 กิโลเมตร
นายสุริยา โวหาร อายุ 42 ปี ชาวบ้านเมืองเก่า เล่าว่า เมื่อวานช่วงที่มีการย้ายช้างป่า ตนเองได้ออกมาดูที่หน้าบ้านเพราะเป็นเส้นทางที่ช้างต้องผ่าน แต่พบความผิดปกติเพราะรถบรรทุกสิบล้อได้มีการมาจอดหน้าบ้าน และคนที่มาบนรถบรรทุกสิบล้อมีการพูดคุยว่า ช้างจะไม่ไหวแล้ว ทำให้ตนเองได้เดินออกมาดู จากนั้นรถบรรทุกสิบล้อได้ขับออกไปและมาทราบภายหลังว่าช้างมีอาการไม่ไหวที่บ้านพ่อหลัด จากนั้นรถบรรทุกสิบล้อได้ไปจอดดูอาการช้าง บริเวณเยื้องโรงพยาบาลเวียงเก่า ซึ่งเรื่องช้างป่ากับชาวบ้านตลอดระยะเวลา 2 ปี ช้างป่าได้เข้ามาหากินในพื้นที่ชาวบ้าน ก็สามารถใช้ชีวิตร่วมกันได้ แต่ในการเคลื่อนย้ายช้างแล้วทำให้ช้างตาย ชาวบ้านก็ยังกังขาสงสัยกับสาเหตุ อยากให้มีการออกมาชี้แจงด้วย

ด้านนางวรรณีย์ อมาตยคง อายุ 69 ปี ชาวบ้านอำเภอเวียงเก่า บอกว่า เมื่อคืนตนเองก็ได้ออกมาดูการเคลื่อนย้ายช้างสีดอหูพับ เมื่อมาถึงหน้าบ้านตนเอง ก็ได้ยินเสียงช้างร้องออกมาหนึ่งครั้ง ก่อนที่ช้างจะผ่านไป จนกระทั่งมาทราบภายหลังว่า ช้างป่าดังกล่าวได้ล้มแล้ว ตนเองก็รู้สึกใจหายเหมือนกับชาวบ้านทุกคน ช่วงที่มีช้างป่าเข้ามาในพื้นที่ในช่วงนี้มีการตัดอ้อย ก็ทำให้เกิดความไม่ปลอดภัย แต่ชาวบ้านก็ไม่อยากให้ช้างออกจากพื้นที่ ตลอดเวลา 2 ปี ทำให้เริ่มรู้สึกผูกพันกับช้างป่า และปรับการใช้ชีวิตร่วมกันได้ แต่สิ่งที่ต้องการตอนนี้คือสาเหตุของการล้มของช้าง
ขณะเดียวกันภายในอุทยานแห่งชาติภูเวียง อ.ภูเวียง จ.ขอนแก่น เจ้าหน้าที่อุทยานฯ พร้อมด้วย นายยุทธนา โพธิวิหค รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น และชาวบ้านได้ร่วมกันจัดพิธีตามความเชื่อ นิมนต์พระสงฆ์ 4 รูป ทำพิธีสวดมาติกาบังสุกุลให้กับสีดอหูพับเพื่อเป็นการขอขมาและส่งวิญญาณตามความเชื่อของคนในพื้นที่ที่มีความผูกพัน และยำเกรงต่อช้างป่า ภายหลังข่าวการสูญเสียช้างป่าสีดอหูพับระหว่างการเคลื่อนย้าย

หลังเสร็จสิ้นพิธีทางศาสนา ทีมสัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากกรมอุทยานฯ และสถาบันที่เกี่ยวข้องจะเริ่มดำเนินการ “ผ่าชันสูตรซาก” ทันที เพื่อเก็บตัวอย่างชิ้นเนื้อและตรวจสอบอวัยวะภายในตรวจสอบระบบต่างๆ ของร่างกาย รวมถึงการตรวจทางพยาธิวิทยาและพิษวิทยา เมื่อทีมสัตวแพทย์ดำเนินการเสร็จสิ้น จะมีการทำพิธีฝังร่างสีดอหูพับ ณ บริเวณเขตอุทยานแห่งชาติภูเวียง
ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตของพลายสีดอหูพับ ยังไม่มีการออกมาให้ข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสื่อมวลชนแต่อย่างใด



