เมื่อวันที่ 4 ก.พ. ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย นายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงการประเมินการทำงานของ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ระบุว่าจะทำหน้าที่รณรงค์การจัดทำประชามติ ว่า ที่ผ่านมาเราเห็นหลายปัญหามากในการทำหน้าที่ของ กกต. เพราะ กกต. มีหน้าที่หลักคือการคุ้มครองและอำนวยการใช้สิทธิเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติของประชาชน แต่ที่ผ่านมาพบปัญหาการลงทะเบียนกระชั้นชิด มีหลายปัญหาในการเลือกตั้งล่วงหน้า ซึ่งตนรู้สึกตกใจ ที่เมื่อเช้า นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ให้สัมภาษณ์ว่า “หากประชาชนไม่มั่นใจในกรรมการ ก็อย่าไปเลือกตั้ง” ซึ่งเป็นคำพูดที่น่าตกใจสำหรับคนที่มีหน้าที่หลักในการรณรงค์ให้คนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง ในทางกลับการหากประชาชนไม่มั่นใจใน กกต. ชุดนี้ยิ่งต้องออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง และกาเห็นชอบในการทำประชามติ เพื่อให้เรามีกลไกในการปฏิรูป กกต. ให้มี กกต. ที่ทำงานที่ตอบสนองต่อความต้องการขอประชาชนให้ดีกว่านี้
เมื่อถามว่า กกต. ต้องวางตัวเป็นกลาง แต่การพูดลักษณะนี้ เป็นการขัดขวางการลงประชามติด้วยตัว กกต. เองหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า เป็นคำพูดที่ไม่ควรได้ยิน จากผู้บริหารที่มีหน้าที่อำนวยความสะดวกให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง ซึ่งในรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 และ 2550 หากประชาชนเห็นว่า กกต. ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ สามารถเข้าชื่อเพื่อถอนออกได้ ตอนนี้เราเห็นปรากฏการการแชร์โพสต์ของไอลอว์ กว่า 1 ล้านครั้ง ซึ่งหากเราอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับก่อนๆ เปลี่ยนจาก 1 ล้าน แชร์เป็น 1 ล้านรายชื่อจะสามารถถอดถอน กกต. ได้กว่า 50 ครั้ง สะท้อนถึงความโกรธของคนจำนวนมาก ต่อการทำหน้าที่ของ กกต. หากเราอยากเห็นการทำงานของ กกต. ที่ดีขึ้น ยิ่งต้องการเห็นชอบ เพื่อเดินหน้าสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทำให้องค์กรอิสระเป็นอิสระจากประชาชน มีช่องทางให้ตรวจสอบ
ส่วนที่นายแสวงให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่าการเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ. 69 จะไม่ผิดพลาดเหมือนกับการเลือกตั้งล่วงหน้า วันที่ 1 ก.พ. ที่ผ่านมา เพราะไม่มีการจ่าหน้าซองแล้ว นายพริษฐ์ กล่าวว่า ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นไปแล้ว สร้างความเสียหายไปแล้ว หวังว่า กกต. จะทำงานเชิงรุก ชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นไปแล้ว สำหรับวันที่ 8 ก.พ. 69 กกต. ต้องทำหน้าที่เต็มที่ และอยากเชิญชวนประชาชนมาตรวจสอบการทำงานของ กกต. เริ่มต้นจากกรณีที่มี WeWatch ร่วมมือกับทราฟฟี่ฟองดูว์ เป็นช่องทางร้องเรียนสำหรับประชาชน หากเห็นปัญหาความไม่โปร่งใสในการเลือกตั้ง
นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า กกต. มีหน้าที่หลักในการคุ้มครองสิทธิและอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนให้ไปเลือกตั้ง จึงขอให้ตระหนักถึงความรับผิดชอบตรงนี้เยอะๆ เพราะวันเลือกตั้งเป็นวันที่อำนาจของประชาชนอยู่ในจุดที่สูงที่สุด เป็นโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางของประเทศ ไม่อยากให้สิทธิหนึ่งเสียงของใครสูญเสียไป เพราะการปฏิบัติหน้าที่ที่บกพร่องของ กกต.
เมื่อถามถึงกรณีที่ กกต. มีมติส่งศาลฎีกาถอดถอน 28 ผู้สมัคร สส. เนื่องจากตรวจสอบพบว่าอยู่ระหว่างอยู่ระหว่างถูกจำกัดสิทธิ เพราะไม่ได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งและไม่ได้แจ้งเหตุ การไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ซึ่งหัวหน้าพรรคจะต้องรับผิดชอบในกรณีนี้ด้วย นายพริษฐ์ กล่าวว่า ยังไม่เห็นทั้ง 28 รายชื่อ เชื่อว่าทีมกฎหมายของพรรค พร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ เชื่อมั่นว่าทุกสิ่งที่เราดำเนินการมาเป็นไปตามกรอบตามกฎหมาย หากมีอะไรที่ติดขัดเราก็พร้อมรับมือ
ส่วนกรณีที่โซเชียลมีเดียวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของ กกต. จนมีคำว่า ‘อย่ามาแหวง’ นายพริษฐ์ กล่าวว่า เป็นความโกรธของประชาชนกับสิ่งที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะหน้า ขอให้ประชาชนทำหน้าที่ตนเองให้ดีที่สุด ประชาชนที่อยากเห็นการปฏิรูปการทำงาน กกต. ครั้งใหญ่มีที่มาของ กกต. ที่ยึดโยงกับประชาชน ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบ 8 ก.พ. 69 ขอให้ไปกาเห็นชอบเพื่อเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
เมื่อถามย้ำว่าตอนนี้ประชาชนใช้คำว่า “อย่ามาแหวง” แทนคำว่าอย่ามาแถ หรืออย่ามาแก้ตัว นายพริษฐ์ ระบุว่า ถ้าตนเป็นนายแสวง คงจะต้องรู้ตัวแล้ว คงต้องปรับปรุงการทำงาน.



