หลังมีข่าว สำนักงานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เสนอให้ส่งศาลฎีกาสั่งถอนชื่อ ผู้สมัคร สส. จากพรรคการเมืองต่าง ๆ อีก 28 ราย เนื่องจากตรวจสอบพบว่า เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกจำกัดสิทธิ เพราะไม่ได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งและไม่ได้แจ้งเหตุแห่งการไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ตามมาตรา 35(2) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. 2561 ซึ่งเมื่อวันที่ 3 ก.พ. ยังไม่มีคำร้องจาก กกต. ที่ยื่นถึงศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งแต่อย่างใด ทำให้เกิดคำถามว่า เป็นผู้สมัคร สส. จากพรรคการเมือง และจะกระทบกับพื้นที่ที่ผู้สมัครคนดังกล่าว ลงสมัครหรือไม่

นอกจากนี้ กกต. เตรียมพิจารณา เอาผิดผู้สมัครฐานรู้อยู่แล้วว่า ตนเองไม่มีสิทธิสมัคร แต่ยังลงสมัครตามมาตรา 151 ซึ่งมีโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ถึง 10 ปี ปรับตั้งแต่ 20,000-200,000 บาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนด 20 ปี ขณะที่หัวหน้าพรรค ก็ต้องรับผิดชอบ ในฐานะผู้ที่เซ็นรับรองการส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้งตามมาตรา 56 ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 มีโทษตามมาตรา 120 ต้องระวางโทษจำคุก ไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนด 5 ปี

ด้าน “นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.” ได้ขยายรายละเอียดเพิ่มเติม กรณีที่ กกต. มีมติส่งศาลฎีกาถอนชื่อ 28 ผู้สมัคร สส. ที่ขาดคุณสมบัติเนื่องจากไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ว่า เนื่องจากเป็นบุคคลที่อยู่ในระหว่างถูกจำกัดสิทธิ ซึ่งต้องใช้เวลาตรวจสอบ และให้ความเป็นธรรม ให้เขาได้ชี้แจง ทำให้เวลาเนิ่นนานมา และ กกต. เพิ่งมามีมติ แต่ผู้สมัครทั้งหมดนี้ เป็นผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อ มีอยู่หลายพรรคคละกันไป ซึ่งถ้าหากศาลตัดสินไม่ทันในวันที่ 8 ก.พ. ก็ไม่ได้กระทบ เหมือนแบบแบ่งเขต เพราะสามารถเลื่อนลำดับผู้ที่อยู่ในบัญชีขึ้นมาแทนได้อยู่แล้ว  

ส่วนกรณี นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ เลขาธิการพรรคทางเลือกใหม่ ในฐานะแคนดิเดตนายกฯ ได้หาเสียง ชูนโยบายเปลี่ยนโลก เช่น จูราสสิค พาร์ค ไดโนเสาร์มีชีวิต เที่ยวอาบอบนวดคนละครึ่ง รวมถึงการซื้อทีมฟุตบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ฯลฯ  และได้ส่งนโยบายต่อ กกต. ตรวจสอบ ตามมาตรา 57 พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง คณะกรรมการ กกต. และ สำนักงาน กกต. ได้พิจารณาแล้วเห็นว่า นโยบายบางอย่างของพรรคที่มีการหาเสียงต่อสาธารณะอาจจะผิดกฎหมาย หรือเป็นไปไม่ได้ จึงมีหนังสือถึงพรรคทางเลือกใหม่ พร้อมกับให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องไปตรวจสอบว่านโยบายใดบ้าง เป็นการกระทำผิดกฎหมาย

ด้าน “นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต.”  โพสต์เฟซบุ๊กกรณี กกต. มีมติส่งศาลฎีกาเพื่อเพิกถอนผู้สมัครอีก 28 ราย ว่า เหลือเวลาอีกไม่ถึง 5 วัน จะเป็นวันเลือกตั้ง กกต. เพิ่งมีมติส่งศาลฎีกา เพื่อเพิกถอนผู้สมัครอีก 28 ราย ด้วยเหตุเป็นบุคคล ที่ขาดคุณสมบัติไม่ได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง มีข่าวเพิ่มว่า หลังจากมีมติ ก็กำลังร่างคำร้องถึงศาล หากศาลมีคำสั่งไม่ทัน ก่อนวันที่ 8 ก.พ. บุคคลดังกล่าวยังมีฐานะเป็นผู้สมัคร และหากได้รับเลือกตั้ง ก็ต้องจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ 1. เรื่องขาดคุณสมบัติ ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง เป็นเรื่องที่ง่ายที่สุดในการวินิจฉัยของ กกต. เปิดคอมพ์ เช็ก 5 วินาทีก็ได้คำตอบ กกต. ต้องใช้เวลาเดือนกว่า กว่าจะเสนอเข้าที่ประชุม 2. กรณีศาลมีคำสั่งเพิกถอน ไม่ทัน อย่าได้โทษศาล ให้โทษ กกต. ว่าคุณมาส่งอะไรตอนนี้ 3. กรณีหากเลือกตั้งไปแล้ว ชนะเลือกตั้ง กกต. จะสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ เงินทองหาง่ายใช่ไหม ประชาชนว่างมากใช่ไหม ที่จะไปเลือกแล้วต้องไปเลือกอีก

นอกจากนี้ยังมีรายงานข่าวจาก สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ป.ป.ช.) แจ้งว่า ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลกรณี นายชัยทิพย์ กมลพันธ์ทิพย์ อดีต สส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ถูกกล่าวหาลักลอบเล่น การพนันเอาทรัพย์สินกัน โดยไม่ได้รับอนุญาต ภายในห้องทำงาน สส. (อาคารรัฐสภา) อันเป็นความผิดฝ่าฝืน ไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง โดย นายชัยทิพย์ เคยเป็น สส.ราชบุรี 2 สมัย โดยช่วงที่กระทำผิด นั้น นายชัยทิพย์ สังกัดพรรค พปชร. และการเลือกตั้ง สส. วันที่ 8 ก.พ. นี้ พบว่า นายชัยทิพย์ลงสมัคร สส.ราชบุรี เขต 5 พรรคกล้าธรรม (กธ.)

คงต้องรอดู ผู้สมัคร สส. 28 ราย ที่ กกต. เสนอให้ส่งศาลฎีกา สั่งถอนชื่อผู้สมัคร สส.  มาจากจากพรรคการเมืองไหนบ้าง จะเป็นระดับ คนมีชื่อเสียง และมีบทบาทภายในพรรคหรือไม่  

ที่น่าสนใจคือท่าทีของ องค์กรภาคธุรกิจ ต่อจุดยืนในการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 8 ก.พ. 68 

โดย “นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์” ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ขอแสดงเจตนารมณ์อย่างชัดเจนในการรณรงค์ไปยังพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ ให้ความสำคัญกับการ ต่อต้านคอร์รัปชัน ในการตัดสินใจเลือกตั้ง โดยในการเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ. นี้ ขอเชิญชวนประชาชนใช้สิทธิ อย่างมีความรับผิดชอบ เลือกพรรคการเมืองที่มีนโยบายต่อต้านคอร์รัปชันอย่างเป็นรูปธรรม และหลีกเลี่ยง การเลือกพรรคการเมือง หรือผู้สมัครรับเลือกตั้งที่ทุจริต ซื้อสิทธิขายเสียง เพื่อร่วมกันยกระดับมาตรฐานทางการเมือง สร้างความโปร่งใส และนำไปสู่การเพิ่มขีดความสามารถ ในการแข่งขัน และ การสร้างรายได้ ของทุกภาคส่วนอย่างทั่วถึง

ส่วนความคืบหน้าการขับเคลื่อน คณะทำงาน Zero Corruption : กกร. และเครือข่าย “เพื่อนไม่ทน” นั้น ขอยืนยันว่า จะเดินหน้าขับเคลื่อนเรื่อง Zero Corruption ต่อไปอย่างต่อเนื่อง ไม่หยุดเพียงแค่ช่วงการเลือกตั้งเท่านั้น โดยหลังการเลือกตั้ง เตรียมจัดแถลงข่าวเพื่อเปิดเผยผลสำรวจในประเด็น “ธุรกิจไทยยังถูกเรียกรับสินบนในการขออนุญาต” เพื่อกระตุ้น และย้ำเตือนต่อว่าที่รัฐบาลให้การต่อต้านคอร์รัปชัน เป็นวาระแห่งชาติ และผลักดันการดำเนินงาน อย่างเป็นรูปธรรม และต่อเนื่อง

ถือเป็นการแสดงจุดยืนที่ชัดเจนขององค์กรภาคเอกชน ที่มีบทบาทในการ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

โดยเฉพาะการแสดงเจตนารมณ์อย่างชัดเจน ในการรณรงค์ไปยังพี่น้อง ประชาชนทั่วประเทศ ให้ความสำคัญกับการต่อต้านคอร์รัปชันในการตัดสินใจเลือกตั้ง

ส่วนการหาเสียงของสองพรรคการเมือง ทั้ง “ภูมิใจไทย (ภท.)” และ “เพื่อไทย (พท.)” โดยเมื่อวันที่ 4 ก.พ. 69 ทั้งสองพรรคต่างพร้อมใจไป ปราศรัยหาเสียง ที่ จ.ศรีสะเกษ โดยปราศรัยตอนหนึ่งที่สนามกีฬากลาง จ.ศรีสะเกษ ว่า วินาทีนี้คนที่เป็นหัวหน้ารัฐบาล เข้าใจหัวจิต หัวใจพี่น้องประชาชน ไม่ได้คุย ไม่มีใครเหนือตนแน่นอน ตั้งแต่ยังไม่ได้เป็นนายกฯ ก็มามาดูแลพี่น้องตั้งแต่ บุรีรัมย์ยันอุบลราชธานี ถ้าเกิดเหตุที่จะต้องเผชิญหน้ากัน พี่น้องต้องการคนที่มา เป็นหัวหน้ารัฐบาล ต้องตัดสินใจในเรื่องของการสู้รบการรับมือ ถ้าได้ตนเป็นรัฐบาล ถ้ามีการเผชิญหน้า พี่น้องสบายใจได้ว่า ชนะแน่นอน คำว่าแพ้ไม่มี ขออีก 4 ปีเท่านั้น แล้วหมด 1 ปี จะให้พี่น้องมาดูว่า ผ่านทดลองงาน หรือเปล่า ถ้าพี่น้องบอกไม่ผ่าน ตนก็ไป ขอให้พี่น้องได้มั่นใจ และ มอบความไว้วางใจ ให้กับพวกเรา เลือกพรรค ภท. ยกจังหวัด จะไม่มีการ ขัดแข้งขัดขากัน เหมือนเมื่อก่อน 

ด้าน “นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” แคนดิเดตนายกฯ พรรค พท. ปราศรัยที่ท่าทรายผู้ใหญ่เฮง บ้านดอนงูเหลือม อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ ตอนหนึ่งว่า วันนี้จิต วิญญาณยังเหมือนเดิม แม้ว่าจะโดนยุบกี่ครั้ง พรรค พท. หัวใจคือประชาชน วันนี้การแข่งขันสูงจริงๆ ขอฝากพรรค พท. เบอร์ 9 เลือกทั้งคนทั้งพรรค ต่อมานายยศชนัน เดินทางมาปราศรัยที่สนามซ้อมฟุตบอลศรีสะเกษ ยูไนเต็ด โดยกล่าวตอนหนึ่งว่า มายืนตรงนี้ที่ศรีสะเกษ ต้องพูดด้วยเกียรติและศักดิ์ศรีของความเป็นคนไทย อำนาจอธิปไตยรักษาไว้ และสันติภาพของพ่อแม่พี่น้อง จะทำให้ดีที่สุด ทั้ง 7 จังหวัด จะทำให้คนไทย วันนี้ความสามัคคี หากเราไม่เก่งแต่ชวนคนมาทำให้ เพราะความเดือดร้อนของประชาชน รอคนเก่งมาเกิดไม่ได้ เราต้องทำทันที วันนี้หมดเวลาโจมตีกัน ประเทศไทยต้องการ ความสมานฉันท์ สันติภาพอีกครั้ง ไม่อยากให้การเลือกตั้งครั้งนี้ เป็นการเลือกตั้งที่ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างหมดหวัง แบ่งแยก และขัดแย้ง 

ต้องถือเป็นการ วัดพลังครั้งสำคัญ ของทั้งสองพรรค เนื่องจาก จ.ศรีสะเกษ เป็นจังหวัดที่ติดอยู่ ชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งมีปัญหาความขัดแย้ง โดยจุดเริ่มเกิดขึ้นตั้งแต่สมัย “น.ส.แพทองธาร ชินวัตร” เป็นนายกฯ โดยเฉพาะที่นำมาสู่เสียงวิจารณ์อย่างรุนแรง คือคลิปเสียงระหว่าง “น.ส.แพทองธาร” กับ “สมเด็จฮุน เซน” ประธานวุฒิสภา ซึ่งอาจส่งต่อพื้นที่ภาคอีสาน ซึ่งพรรค พท. เคยครอบครองอยู่

ทีมข่าวการเมือง