เมื่อวันที่ 4 ก.พ. ที่ห้องพรหมนอก ชั้น 2 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ให้การต้อนรับ นายโจว หยัดหมิง โจ(CHOW Yat-Ming Joe) ผู้บัญชาการตำรวจฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนและคณะฯ ที่เข้าพบเพื่อเยี่ยมคารวะและหารือข้อราชการ โดยมี พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. พล.ต.ต.เชิงรณ ริมผดี รอง ผบช.ช่วยราชการ สตม. และ พล.ต.ต.คธาธร คำเที่ยง ผบก.ตม.2 พร้อมผู้มีส่วนเกี่ยวข้องร่วมให้การต้อนรับ จากนั้นได้เยี่ยมชมศูนย์บริหารเหตุการณ์แก๊งคอลเซ็นเตอร์และค้ามนุษย์นานาชาติ(ศกค.) ชั้น 7 อาคารศูนย์ฝึกอบรมพัฒนาบุคลากรและสวัสดิการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ผบ.ตร.ฮ่องกง กล่าวขอบคุณสำนักงานตำรวจแห่งชาติไทย ที่ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ในการจับกุมคนร้ายชาวจีนก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านแบรนด์เนมหรูในเขตปกครองพิเศษฮ่องกง เมื่อกลางปี พ.ศ.2568 ซึ่งหลบหนีเข้าประเทศไทย และถูก สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดยกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2 (บก.ตม.2) สกัดจับได้อย่างรวดเร็ว ณ ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ ก่อนผลักดันส่งตัวกลับไปดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรมของฮ่องกง

นอกจากนี้ ยังกล่าวชื่นชมและขอบคุณเป็นพิเศษ ต่อกรณีล่าสุดที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติไทยสามารถจับกุมผู้ต้องหาคดีฆาตกรรม ซึ่งหลบหนีมาใช้ชีวิตอยู่ในประเทศไทยเป็นระยะเวลานานได้สำเร็จ โดยถือเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ของความร่วมมือด้านการข่าว การสืบสวน และการบังคับใช้กฎหมายระหว่างประเทศที่มีประสิทธิภาพสูง

ในโอกาสเดียวกันนี้ ผบ.ตร.ฮ่องกง ได้มอบหนังสือแสดงความขอบคุณอย่างเป็นทางการ พร้อมเหรียญที่ระลึก ให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองไทยจำนวน 28 นาย นำโดย พ.ต.อ.พงศ์ธร พงศ์รัชตนันทน์ รองผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2, พ.ต.อ.ณัฐกิตติ์ มีสุข ผกก.ตม.จว.ปทุมธานี (เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง ผกก.สส.ปป.บก.ตม.2), พ.ต.อ.เนาวรัตน์ เฉลิมศรี ผกก.ฝ่ายตรวจคนเข้าเมืองขาเข้า ด่าน ตม.ทอ.สุวรรณภูมิ, พ.ต.อ.กฤษณ์ ฉัตรทวี ผกก.ฝ่ายพิธีการเข้าเมือง ด่าน ตม.ทอ.สุวรรณภูมิ เพื่อเป็นเกียรติและขวัญกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติงาน ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการสกัดกั้นอาชญากรรมข้ามชาติและปกป้องความมั่นคงของประเทศ

ด้าน พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ยึดมั่นในหลักการ “ไม่ยอมให้ประเทศไทยเป็นแหล่งพักพิงหรือเส้นทางหลบหนีของอาชญากรข้ามชาติ” และพร้อมทำงานร่วมกับหน่วยงานตำรวจนานาชาติอย่างใกล้ชิด เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย ความปลอดภัยของประชาชน และความเชื่อมั่นของประชาคมโลก

การเข้าพบในครั้งนี้ นับเป็นสัญลักษณ์ที่ชัดเจนของ ความเชื่อมั่นจากนานาชาติที่มีต่อศักยภาพของตำรวจไทย โดยเฉพาะสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งทำหน้าที่เป็น “ปราการด่านแรก” ของประเทศ ด้วยบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ เทคโนโลยีการคัดกรองที่ทันสมัย ทั้งนี้ ตม.สนามบินไทย มีการสกัดกั้นคนต่างชาติกลุ่มเสี่ยงในปี 2568 มีตัวเลขการผลักดันกลับถึง 25,337 ราย.




