สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 5 ก.พ. ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวว่า ได้สนทนาทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน “ทุกอย่างเป็นไปในทิศทางบวกอย่างมาก” และความสัมพันธ์ระหว่างตัวเขากับผู้นำจีน “ยอดเยี่ยมที่สุด”
ทรัมป์กล่าวด้วยว่า จีนกำลังพิจารณาที่จะซื้อถั่วเหลืองจากเกษตรกรสหรัฐเพิ่มขึ้น ทรัมป์ระบุว่า สีกล่าวถึงการพิจารณาเพิ่มยอดการซื้อถั่วเหลืองจากสหรัฐ เป็น 20 ล้านเมตริกตันในฤดูกาลปัจจุบัน จากเดิมที่ 12 ล้านตัน ซึ่งมีการวิเคราะห์ว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวถือเป็นการแสดงไมตรีจิต ล่วงหน้าราว 2 เดือน ก่อนทรัมป์มีกำหนดการเยือนกรุงปักกิ่งอย่างเป็นทางการ ในเดือน เม.ย. นี้ และส่งผลให้ราคาซื้อขายถั่วเหลืองล่วงหน้าพุ่งสูงขึ้นทันที
President Donald J. Trump completes an excellent telephone conversation with President Xi of China on trade, military, and more: pic.twitter.com/y1j7FP1OLx
— The White House (@WhiteHouse) February 4, 2026
นอกจากนี้ ถั่วเหลืองถือเป็นปัจจัยสำคัญในฐานะฐานเสียงทางการเมืองของทรัมป์ เนื่องจากเกษตรกรสหรัฐกำลังประสบปัญหาอย่างหนัก และจีนคือผู้บริโภครายใหญ่ที่สุด โดยในปีนี้ยอดขายถั่วเหลืองสหรัฐไปยังต่างประเทศทรุดตัวลงต่ำสุดในรอบ 14 ปี เนื่องจากสงครามการค้า
President Xi emphasized to President Trump that the Taiwan question is the most important issue in China-U.S. relations. Taiwan is China’s territory. China must safeguard its own sovereignty and territorial integrity, and will never allow Taiwan to be separated. The U.S. must… pic.twitter.com/9vs8WBfSRX
— Mao Ning 毛宁 (@SpoxCHN_MaoNing) February 4, 2026
ขณะที่รายงานของสื่อจีนระบุไปในทางเดียวกัน ว่าผู้นำจีนกล่าวถึง “การให้ความสำคัญ” กับความสัมพันธ์กับสหรัฐ และเรื่องไต้หวันยังคงเป็นจุดเปราะบาง โดยผู้นำจีนกล่าวว่า “สหรัฐต้องจัดการเรื่องการขายอาวุธให้ไต้หวันอย่างระมัดระวัง” หลังรัฐบาลวอชิงตันประกาศข้อตกลงขายอาวุธครั้งใหญ่ที่สุดมูลค่า 11,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ให้แก่ไต้หวัน (ราว 348,810 ล้านบาท) เมื่อเดือน ธ.ค. ปีที่แล้ว
นอกจากนั้น มีรายงานว่า ผู้นำทั้งสองประเทศหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ในอิหร่าน สงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครน ประเด็นอุตสาหกรรมและพลังงาน จากการที่รัฐบาลวอชิงตันเข้าไปบริหารกิจการน้ำมันในเวเนซุเอลา.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES


