จากกรณีครูโรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.หนองม่วง จ.ลพบุรี มีพฤติกรรมสั่งลงโทษนักเรียนชายชั้น ม.1 อย่างทารุณด้วยการให้ลุกนั่งถึง 800 ครั้ง จนเด็กเดินไม่ได้ กล้ามเนื้ออักเสบรุนแรง โดยนายอดิศักดิ์ ผู้เป็นพ่อ ต้องหยุดขายของเพื่อดูแลลูกชายที่นอนซมอยู่บนที่นอนในสภาพอิดโรย ขาทั้งสองข้างถูกพันด้วยผ้าและยกสูงด้วยหมอนยาง โดยเด็กชายมีสีหน้าเจ็บปวดตลอดเวลา แพทย์ระบุเบื้องต้นว่ากล้ามเนื้อได้รับบาดเจ็บรุนแรง สร้างความสะเทือนใจแก่ผู้ปกครองและสังคมออนไลน์เป็นอย่างมาก

สพฐ.เร่งสอบปมครูลงโทษโหดลุกนั่ง 800 ครั้ง ย้ำห้ามไม่เหมาะสม-คำนึงปลอดภัยเด็ก

คืบหน้า เมื่อวันที่ 5 ก.พ. 69 นายวีระพงศ์ ฤทธิ์รอด ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขณะนี้ได้มอบหมายให้ นายอำเภอหนองม่วง ทีมพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นตัวแทนของตนไปพบกับเด็กและผู้ปกครอง เพื่อพูดคุย โดยเรื่องนี้จะแยกเป็น 2 ส่วน คือ เด็กกับโรงเรียน ตนได้คุยกับศึกษาธิการจังหวัดให้ทำความเข้าใจในเรื่องการลงโทษกับครูในภาพรวมทั้งจังหวัด ว่าสิ่งไหนสมควรหรือไม่สมควร รวมทั้งการแจ้งสิทธิให้ผู้ปกครองทราบ

นายวีระพงศ์ กล่าวต่อว่า กรณีนี้นักเรียนที่ถูกทำโทษยังเป็นเด็ก ถือว่าเป็นการลงโทษค่อนข้างหนัก ความจริงครูมีเจตนาดีที่ต้องการให้เด็กมีวินัย และเป็นข้อตกลงกันตั้งแต่ต้นว่า หากสอบไม่ผ่าน จะให้ลุกนั่ง 50 ครั้ง เป็นการทำโทษ ซึ่งเรื่องนี้แม้เป็นการฝึกวินัยกับเด็ก แต่ต้องพูดคุยหารือกับผู้ปกครองด้วยในเรื่องการลงโทษ ซึ่งจากที่คุยกับศึกษาธิการจังหวัด ตนได้บอกว่าในการลงโทษนักเรียน หากเป็นลักษณะการทำให้ร่างกายเจ็บป่วย เรื่องจิตใจก็เป็นสิ่งสำคัญ บางทีต้องดูควบคู่กันไป เราพยายามป้องกันไม่ให้เกิดเหตุแบบนี้กับเด็กๆ คนอื่นในลพบุรี

“การอบรม ดูแล เด็ก เยาวชนเป็นเรื่องที่ถูกต้อง สร้างให้เด็กมีวินัย ดูแลตัวเอง ทั้งนี้การใช้วิธีลงโทษก็ไม่ได้หมายความว่าถูกต้องเสมอ การสร้างจิตสำนึกและการสอนให้เขารู้ถูกรู้ผิด เป็นสิ่งสำคัญ อยากให้คุณครูซึ่งเป็นผู้ใกล้ชิดกับเด็กได้ใช้เป็นแนวทางมากกว่าการลงโทษ” ผู้ว่าฯ ลพบุรี กล่าว

ขณะที่ ว่าที่ ร.ต.หญิง สรวีย์ เหมือนเพ็ชร์ นายอำเภอหนองม่วง พร้อมด้วย นางจีรยดา ธรรมบุษจี หัวหน้ากลุ่มงานพัฒนาสังคมและสวัสดิการ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.ลพบุรี พร้อมด้วยผู้นำชุมชน ซึ่งเดินทางไปเยี่ยมเด็กชาย และผู้ปกครอง จากการสอบถามผู้อำนวยการโรงเรียนที่เกิดเหตุแล้ว ได้มีคำสั่งสืบหาข้อเท็จจริงจากครูคนดังกล่าว และมีคำสั่งให้ไปช่วยราชการที่จังหวัด อย่างไรก็ตามหลังจากที่ได้มาเยี่ยมเด็กและผู้ปกครองแล้ว เราได้ขอโทษต่อครอบครัวของเด็กที่เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น และได้กำชับไปยังสถานศึกษาในอำเภอหนองม่วง ว่า อย่าให้เกิดเหตุการณ์อย่างนี้ขึ้นอีก ซึ่งเบื้องต้นทาง พม. ได้มอบเงินช่วยเหลือสงเคราะห์ครอบครัวกรณีฉุกเฉิน จำนวน 3 พันบาทก่อน ส่วนระยะยาวจะต้องดูว่าจะให้การช่วยเหลืออย่างไร

ด้านนายอดิศักดิ์ บิดาของเด็กชายที่ถูกทำโทษ กล่าวว่า ทางผู้อำนวยการโรงเรียนกับทางผู้บริหารการศึกษาของจังหวัดลพบุรี ได้มาเยี่ยม รวมทั้งเทศบาลตำบลหนองม่วง พม. บ้านพักเด็กและครอบครัว จ.ลพบุรี ทั้งนี้ ตนกังวลใจว่า ลูกจะอยู่โรงเรียนนี้ได้ไม่เหมือนเดิม หากยังมีครูคนนี้อยู่ แม้ว่าครูคนดังกล่าวจะถูกไปช่วยราชการที่อื่นก็ตาม แต่หากหลังจากนั้นกลับมา และต้องอยู่ร่วมกัน จะอยู่ได้หรือไม่ ซึ่งลูกชายยังอยากเรียนที่โรงเรียนเดิม เพราะมีเพื่อนเยอะ แต่อยากย้ายห้องเรียนเพราะกังวล แต่ตนไม่อยากให้ย้ายเพราะห้องเดิมดีอยู่แล้ว โดยหลังจากเกิดเหตุ ครูคนดังกล่าวก็ติดต่อมาขอเยี่ยมหลังจากที่คุยกันที่โรงเรียน แต่ตนก็ไม่ตอบ ไม่สนใจ เพราะกิริยาที่ทำกับตนไม่ดี สำหรับอาการเจ็บของลูก ผลออกมาดี ค่าไตปกติ ค่ากล้ามเนื้อออกมาระดับ 2 ถือว่าไม่อันตราย แต่ก็ยังต้องพาไปกายภาพบำบัดต่อที่โรงพยาบาล.