เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 5 ก.พ. ที่ ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมในการดูแลความสงบเรียบร้อยช่วงการเลือกตั้ง ว่า จากข้อมูลด้านการข่าวพบว่าหลายพื้นที่ทั่วประเทศมีการแข่งขันทางการเมืองค่อนข้างสูง จึงได้กำชับไปยังตำรวจภูธรภาค 1 ถึงภาค 9 ให้เพิ่มความเข้มงวดในการดูแลรักษาความปลอดภัย การอำนวยความสะดวก และการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง โดยเฉพาะจังหวัดที่ได้รับการแจ้งเตือนให้เฝ้าระวังเป็นพิเศษ

ผบ.ตร. กล่าวว่า จากการประชุมติดตามสถานการณ์ พบว่าปัญหาที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่เป็นกรณีการทำลายป้ายหาเสียง ขณะนี้พบการทำลายป้ายแล้วกว่า 500 ป้าย มีการลงบันทึกประจำวันไว้เป็นพยานหลักฐาน และอยู่ระหว่างรวบรวมพยานเพื่อนำไปสู่การดำเนินคดี ซึ่งขณะนี้มีการดำเนินคดีแล้วเกือบ 20 คดี และอยู่ระหว่างการตรวจพิสูจน์ ส่วนกรณีการซื้อสิทธิขายเสียงนั้น ยังไม่ปรากฏข้อมูลหรือได้รับแจ้งเบาะแสจากผู้ใด

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวอีกว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ประสานงานกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทั้งส่วนกลางและระดับจังหวัดอย่างใกล้ชิด เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและสนับสนุนภารกิจในส่วนที่ตำรวจสามารถดำเนินการได้ ทั้งด้านการรักษาความสงบเรียบร้อย ความปลอดภัย และการบังคับใช้กฎหมาย

สำหรับการปฏิบัติหน้าที่ในวันเลือกตั้ง ตำรวจได้เตรียมกำลังพลกว่า 126,000 นาย เพื่อดูแลความเรียบร้อยในหน่วยเลือกตั้ง การรักษาความปลอดภัยหีบบัตร รวมถึงการอำนวยความสะดวกด้านการจราจร โดยย้ำว่าต้องการให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย สุจริต โปร่งใส และคุ้มค่ากับงบประมาณที่รัฐและเจ้าหน้าที่ต้องใช้ในการปฏิบัติงาน พร้อมขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนช่วยกันรักษากติกาตามระบอบประชาธิปไตย

ผบ.ตร. กล่าวว่า ในส่วนของพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ เน้นย้ำเป็นพิเศษไปยังผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 รวมถึงพื้นที่ภาคใต้ที่ยังมีสถานการณ์ความไม่สงบ และ 7 จังหวัดชายแดนไทย–กัมพูชา ให้ดูแลความปลอดภัยของหน่วยเลือกตั้งอย่างเข้มงวด เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีบริบทด้านความมั่นคงแตกต่างจากพื้นที่ทั่วไป และต้องเฝ้าระวังเหตุไม่พึงประสงค์เป็นกรณีพิเศษ

“ช่วงคืนก่อนวันเลือกตั้ง หรือที่เรียกว่าคืนหมาหอนในวันเสาร์ที่ 7 ก.พ. ได้กำชับเรื่องการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับการจำหน่ายสุราอย่างเคร่งครัด ขณะเดียวกันในวันพรุ่งนี้ (6 ก.พ.) จะมีการปราศรัยใหญ่ของพรรคการเมืองหลายพรรค จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกด้านการจราจรอย่างเต็มที่” พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าว

ผบ.ตร. กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลข่าวกรองเกี่ยวกับเหตุรุนแรงหรือความไม่สงบ สถานการณ์โดยรวมยังอยู่ในความควบคุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และสามารถบริหารจัดการได้ตามแผนที่วางไว้

ทั้งนี้ คาดว่าในวันเลือกตั้งจะมีประชาชนออกมาใช้สิทธิเป็นจำนวนมาก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการจราจรในหลายพื้นที่ ตำรวจจึงได้เตรียมแผนบริหารจัดการเส้นทาง พร้อมขอให้ประชาชนวางแผนการเดินทางล่วงหน้า และมาใช้สิทธิตามช่วงเวลาที่กำหนด เพื่อหลีกเลี่ยงความแออัด

ส่วนกรณีผลการเลือกตั้งที่อาจทำให้มีทั้งผู้สมหวังและผิดหวัง โดยเฉพาะกลุ่มมวลชนที่สนับสนุนพรรคการเมืองต่างๆ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า ตำรวจได้เตรียมแผนและมาตรการรองรับไว้แล้ว หากมีการกระทำที่เข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้งหรือกฎหมายอื่นๆ เจ้าหน้าที่จะบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียมตามพยานหลักฐาน

ผบ.ตร. กล่าวว่า หลายพื้นที่ยังคงเป็นพื้นที่แข่งขันสูง ทั้งในภาคกลาง ปริมณฑล ภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคใต้ ซึ่งตำรวจได้แจ้งข้อมูลข่าวกรองให้พื้นที่รับทราบ และกำหนดแผนปฏิบัติให้สอดรับกับสถานการณ์ โดยขอให้ทุกฝ่ายแข่งขันกันภายใต้กรอบประชาธิปไตย และเคารพกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม ในวันเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ.นี้ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า ตนมีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดระยอง และจะลงพื้นที่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง พร้อมตรวจความเรียบร้อยในพื้นที่ต่างจังหวัดด้วยตนเอง โดยได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายวางตัวเป็นกลางอย่างเคร่งครัด หากพบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้องกับการซื้อสิทธิขายเสียง จะต้องถูกดำเนินคดีโดยไม่มีข้อยกเว้น เนื่องจากเป็นผู้บังคับใช้กฎหมายไม่สามารถกระทำผิดเสียเองได้

สำหรับวันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ. จะมีการเปิดศูนย์อำนวยการดูแลการเลือกตั้งที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมี พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) เป็นประธาน เพื่ออำนวยการและติดตามสถานการณ์ตลอดวันเลือกตั้ง.