สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงดาการ์ ประเทศเซเนกัล เมื่อวันที่ 5 ก.พ. ว่าเมื่อปลายปีที่แล้ว หน่วยงานกำกับดูแลด้านเภสัชกรรมของเซเนกัล กล่าวหาบริษัท “ซอฟต์แคร์” ว่า ครอบครองวัตถุดิบหมดอายุและไม่เหมาะสม ประมาณ 1,300 กิโลกรัม รวมถึงฟิล์มโพลีเอทิลีน สำหรับใช้ในผลิตภัณฑ์ของตน
เมื่อเดือน ธ.ค. ปีที่แล้ว สำนักงานกำกับดูแลด้านเภสัชกรรมของเซเนกัล (เออาร์พี) ขอให้ซอฟต์แคร์เรียกคืนสินค้าดังกล่าวออกจากตลาด จนกว่ากระบวนการผลิตจะเป็นไปตามข้อกำหนด ซึ่งเป็นผลมาจากการตรวจสอบโรงงานดังกล่าวในเซเนกัล
อย่างไรก็ตาม ผู้อำนวยการของหน่วยงานกำกับดูแลได้กลับลำในอีก 8 วันต่อมา พร้อมระบุว่า เอกสารที่บริษัทนำมาแสดงให้เห็นว่า ไม่มีการนำวัตถุดิบหมดอายุมาใช้ในกระบวนการผลิต แม้มีการแพร่กระจายของรายงานอาการระคายเคืองในโซเชียลมีเดีย
Anger mounts in Senegal over sanitary pad scandal https://t.co/ENYPBqWXM9
— The Straits Times (@straits_times) February 4, 2026
อนึ่ง ซอฟต์แคร์เป็นบริษัทในเครือของกลุ่มบริษัทซุนดา อินเตอร์เนชันแนล จากประเทศจีน ซึ่งจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในมากกว่า 30 ประเทศทั่วโลก รวมถึงในแอฟริกาหลายสิบประเทศ โดยดำเนินงานมาตั้งแต่ปี 2552 และมีศูนย์การผลิตและจัดจำหน่ายในเคนยา กานา ไอวอรีโคสต์ เซเนกัล ยูกันดา ไนจีเรีย และแคเมอรูน
บริษัทชี้แจงต่อเอเอฟพีว่า วัสดุชุดที่เกี่ยวข้องกับเรื่องอื้อฉาวนั้น ไม่เคยถูกนำมาใช้ทั้งก่อนหรือหลังที่เกิดข้อโต้แย้ง โดยตามข้อมูลของซอฟต์แคร์ วัสดุดังกล่าวอยู่ในโกดังที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว เพื่อรอการทำลาย ด้านนายมูสซา ดิอัลโล หัวหน้าคณะตรวจสอบของบริษัท และผู้ตรวจสอบอีก 2 คน ได้ปฏิเสธการกลับลำของหน่วยงานกำกับดูแลด้านเภสัชกรรมของเซเนกัล
ดิอัลโลกล่าวในโซเชียลมีเดียว่า เขาปฏิเสธการติดสินบนจากตัวแทนบริษัท ที่เดินทางมายังสำนักงานของเขา 4 ครั้ง พร้อมกับกระเป๋าเดินทางที่บรรจุเงินและของขวัญ
อย่างไรก็ตาม เมื่อสอบถามไปยังซอฟต์แคร์ บริษัทระบุว่า ข้อกล่าวหาดังกล่าวไม่มีมูลความจริง เป็นการใส่ร้าย และหมิ่นประมาท.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



