นายวรวงศ์ รามางกูร อดีต ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ กล่าวตอบโต้ คุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ จากพรรคภูมิใจไทย ที่กล่าวในการดีเบตเมื่อค่ำวานนี้ว่า “การส่งออกปีที่ผ่านมาโต แต่โตแบบไม่มีประสิทธิภาพ” เป็นการสร้างวาทกรรมทำลายความเชื่อมั่นของประเทศ โดยไม่ศึกษาข้อมูลให้ถูกต้องก่อนพูด ตนรู้สึกผิดหวังเป็นอย่างมากที่เจ้ากระทรวงพูดเช่นนี้
นายวรวงศ์ กล่าวว่า การส่งออกปี 68 ที่ผ่านมาเป็นปีทองของการส่งออก เป็นผลจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของพรรคเพื่อไทย พรรคเพื่อไทยไม่ได้พึ่งพาตลาดต่างประเทศเฉพาะแค่สหรัฐอเมริกาและจีน อย่างที่ท่านรัฐมนตรีกล่าวอ้าง ข้อมูลสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ พบว่า ปี 2568 การส่งออกไทย ขยายตัว +12.9% ซึ่งที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทยมีนโยบายส่งเสริมการขยายตลาดไปยังภูมิภาคต่างๆ ทุกภูมิภาคทั่วโลก โดย ตลาดสหภาพยุโรป ขยายตัว +9.1% ตลาดอาเซียน ขยายตัว +6.9% ตลาดเอเชียใต้ ขยายตัว +31.1% ตลาดตะวันออกกลาง ขยายตัว +5.1% ตลาดลาตินอเมริกา ขยายตัว +15.0% ตลาดรัสเซียและกลุ่มประเทศ CIS ขยายตัว +15.0% ตลาดทวีปแอฟริกา ขยายตัว +2.0%
เมื่อพิจารณากลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม พบว่าการส่งออกขยายตัวมากถึง +17.4% ตนเองอยากเรียนถามคุณศุภจีว่า หากการส่งออกขยายตัวทุกภูมิภาคแบบนี้ เรียกว่า “โตแบบไม่มีประสิทธิภาพ” แล้ว ส่งออกไทยควรต้องขยายตัวไปภูมิภาคใดจึงจะเรียกว่ามีประสิทธิภาพ
ปัจจุบันไทยผลิตสินค้าที่มีเทคโนโลยีสูงขึ้นกว่าอดีตส่งผลให้มูลค่าการส่งออกเติบโตอย่างต่อเนื่อง การส่งออกของไทย พึ่งพาตลาดใหญ่ คือ สหรัฐและจีน ซึ่งมีสัดส่วนการส่งออกมากกว่า 30% จริง แต่เป็นเพราะ สหรัฐและจีน มีประชากรมากประกอบกับมีกำลังซื้อสูง ไทยยังมีศักยภาพในการขยายตลาดได้อีกมาก หากเปรียบเทียบกับคู่แข่งของไทย เวียดนามส่งออกไปสหรัฐมากกว่าไทยเกือบ 3 เท่า ดังนั้นการขยายตลาดสหรัฐอเมริกา และ ภูมิภาคอื่นๆ ควบคู่กัน เป็นยุทธศาสตร์ที่ต้องทำควบคู่กัน
นโยบายพรรคเพื่อไทยต้องเร่งการเจรจา FTA เพื่อให้ประเทศไทยมีข้อตกลง FTA กับประเทศคู่ค้าให้มากที่สุด เป็นการดึงดูดการค้าการลงทุนในไทยให้เครื่องจักรเศรษฐกิจเดินหน้าอีกครั้ง ปัจจุบันประเทศเวียดนามมี FTA มากกว่า 60 ประเทศ ทำให้การค้าการลงทุนในเวียดนามเติบโตอย่างชัดเจนจนคาดการณ์กันว่าจีดีพีของเวียดนามอาจไทยในไม่ช้า
ประเทศไทยจำเป็นต้องเร่งเจรจา FTA กับกลุ่ม EU ที่มีสมาชิกจำนวน 27 ประเทศให้จบโดยเร็ว ในอดีตนายนายมารอส เซฟโควิช กรรมาธิการยุโรปด้านการค้าและความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ความสัมพันธ์ระหว่างองค์กรและความโปร่งใส หัวหน้าคณะเจรจาฝ่าย EU ได้ให้คำมั่นกับ นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รมว.พาณิชย์ ขณะนั้น ว่าจะเร่งการเจรจาให้บรรลุข้อตกลงภายในวันที่ 25 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมาแต่ปัจจุบันก็ยังไม่แล้วเสร็จ
“ดังนั้นจึงอยากขอคุณศุภจีหยุดสร้างวาทกรรมให้ร้ายประเทศ นอกจากเป็นการทำลายความเชื่อมั่นของประเทศแล้ว ยังเป็นการบั่นทอนขวัญและกำลังใจของผู้ส่งออก ตลอดจนข้าราชการกระทรวงพาณิชย์ ที่มุ่งมั่นทำหน้าที่ของตนเองอย่างเต็มที่ตลอดปี 68 ที่ผ่านมา” นายวรวงศ์ กล่าวทิ้งท้าย



