หากใครยังจำกันได้ เหตุการณ์ที่ทำให้แฟนบอลทั่วโลกจดจำเด็กเก็บบอลคนหนึ่ง จนกลายเป็นคนดังในช่วงเวลานั้น เมื่อราวๆ 13 ปีก่อน เด็กคนนั้นชื่อ ชาร์ลี มอร์แกน วัย 17 ปี ทำหน้าที่เก็บบอลในเกมลีก คัพ รอบรองชนะเลิศ นัดที่ 2 สวอนซี เปิดบ้านพบ เชลซี ทีมของ เอแดน อาซาร์ ในขณะนั้น

ภาพจำยังคงติดตาแฟนบอล เมื่อสตาร์ชาวเบลเยียมที่กำลังหงุดหงิดเตะเข้าไปที่ท้อง (โดนลูกบอลด้วย) เพราะ ชาร์ลี นอนกอดบอลไม่ยอมให้บอลกับ อาซาร์ ที่พยายามจะเล่นเร็ว ซึ่ง เชลซี ยังตามหลังอยู่ 2-0 และเหลือเวลาเพียง 15 นาทีเท่านั้น ซึ่งในเหตุการณ์ครั้งนั้น อาซาร์ ได้ออกมาเปิดเผยหลังเกมนั้นว่า “เด็กเก็บบอลคนนี้เดินเข้ามาในห้องแต่งตัว เราต่างคนต่างขอโทษซึ่งกันและกัน ทำให้เรื่องจบลงด้วยดี”

ล่าสุด มีการเปิดเผยกับ “เดอะ มิร์เรอร์” ได้ออกมาเปิดเผยว่า ชาร์ลี มอร์แกน ในวัย 30 ปี จากเด็กเก็บบอลกลายเป็นมหาเศรษฐีไปแล้วในปัจจุบัน จากธุรกิจวอดก้าพรีเมียมที่เขาร่วมก่อตั้งในชื่อ เอยู วอดก้า (AU Vodka) ซึ่งเป็นธุรกิจที่ ชาร์ลี กับเพื่อนก่อตั้งขึ้น 2 ปีให้หลังจากเหตุการณ์ที่เขาโดนเตะในปี 2015 โดยวางจำหน่ายในห้างและซูเปอร์มาร์เก็ตรายใหญ่ทั่วประเทศอังกฤษ

มูลค่าในทรัพย์สินของ มอร์แกน พุ่งสูงถึง 56 ล้านปอนด์ (ราว 2,400 ล้านบาท) และบริษัทถูกประเมินมูลค่ารวมประมาณ 150 ล้านปอนด์ (ราว 6,400 ล้านบาท) ทำให้ ชาร์ลี ประสบความสำเร็จในธุรกิจวอดก้านี้เป็นอย่างมาก

โดยแบรนด์ เอยู วอดก้า ของ ชาร์ลี มอร์แกน ได้รับการสนับสนุนจากบุคคลสำคัญหลายคนในวงการกีฬา ทั้ง โรนัลดินโญ ตำนานชาวบราซิล รวมถึง ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ อดีตนักมวยไร้พ่าย ก่อนที่ปี 2024 ชาร์ลี มอร์แกน จะโพสต์ภาพคู่กับ เอแดน อาซาร์ ในมือมีวอดก้าชื่อดังของเขาอยู่ พร้อมแคปชั่นว่า “การกลับมารวมตัวกับเพื่อนเก่า” เหตุการณ์นี้ แสดงให้เห็นว่าจากศัตรูในสนามก็สามารถมาเป็นเพื่อนกันในชีวิตจริงได้

ภาพ Gettyimages / IG : charliem0rgan