นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า(สนค.) โฆษกกระทรวงพาณิชย์ เผยว่า ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างเดือนม.ค. 69 เท่ากับ105.4 สูงขึ้น 0.1% เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปีก่อน เป็นผลจ่กการก่อสร้างที่ยังชะลอตัว และแรงกดดันด้านอุปทานส่วนเกินภาคอสังหาริมทรัพย์คงค้างสูง

ทั้งนี้ แยกเป็นหมวดซีเมนต์ สูงขึ้น 6%  หมวดผลิตภัณฑ์คอนกรีต สูงขึ้นื 0.9% หมวดเหล็กและผลิตภัณฑ์เหล็ก ลดลง  2.5%  หมวดกระเบื้อง ลดลง  0.4% หมวดวัสดุฉาบผิว ลดลง  0.2%  หมวดสุขภัณฑ์ ลดลง  2.8% หมวดอุปกรณ์ไฟฟ้าและประปา สูงขึ้น 2.3%  และ หมวดวัสดุก่อสร้างอื่น  ลดลง 1.9% 

ส่วนแนวโน้มดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างเดือนก.พ. 69 มีแนวโน้มทรงตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 268 โดยมีปัจจัยกดดันจากภาคเอกชนชะลอการลงทุนโครงการใหม่ เนื่องจากกำลังซื้อภาคอสังหาริมทรัพย์ที่หดตัวจากความเข้มงวดการอนุมัติสินเชื่อของสถาบันการเงิน หนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง ทำให้มีอุปทานคงค้างสูงเป็นผลให้ภาคอสังหาริมทรัพย์ชะลอตัวต่อเนื่อง 

นอกจากนี้ มีการชะลอตัวของโครงการก่อสร้างภาครัฐขนาดใหญ่ อาทิ โครงการรถไฟความเร็วสูง โครงการด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ โครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานสะอาด เนื่องจากต้องรอการอนุมัติจาก ครม.หลังการเลือกตั้ง อีกทั้งการแข่งขันด้านราคากับสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ ส่งผลให้ราคาสินค้าวัสดุก่อสร้างสำคัญมีแนวโน้มลดลง เช่น เหล็ก กระเบื้อง เป็นต้น 

อย่างไรก็ตามยังมีปัจจัยบวกที่จะทำให้ราคาสินค้าวัสดุก่อสร้างปรับราคาสูงขึ้นเนื่องจากต้นทุนราคาวัตถุดิบที่ปรับสูงขึ้นตามราคาในตลาดโลก เช่น ทองแดง อลูมิเนียม เป็นต้น เพราะมีความต้องการใช้เพิ่มขึ้นในอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดและโครงสร้างพื้นฐาน นอกจากนี้ราคาน้ำมันและราคาพลังงานในตลาดโลกมีความผันผวนสูงเนื่องจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในหลายพื้นที่ ซึ่งจะต้องมีการติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป