เมื่อวันที่ 6 ก.พ. นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)  กล่าวถึงการจัดการเลือกตั้งและออกเสียงประชามติในวันที่ 8 ก.พ.นี้ ว่า ในการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา กกต. และกรรมการประจำหน่วย (กปน.) ถูกวิพากษ์วิจารณ์ถึงความบกพร่องต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องการกรอกรหัสเขตที่หน้าซองบัตรเลือกตั้งผิดพลาด จนเป็นข่าวใหญ่โต แต่ตรวจสอบพบว่า มีเพียง 100 ซองเท่านั้น และมีการคัดแยกใหม่เรียบร้อยแล้ว ก่อนจะส่งไปพร้อมนับคะแนนในวันที่ 8 ก.พ.นี้ แต่ก็น้อมรับในเสียงวิพากษ์วิจารณ์ และนำมาปรับให้การเลือกตั้งและออกเสียงประชามติในวันที่ 8 ก.พ. มีความเรียบร้อยสมบูรณ์แบบที่สุด เพราะฉะนั้นยืนยันว่า กกต. มีความพร้อมในการจัดการเลือกตั้ง และขอเชิญชวนประชาชนให้ร่วมกันมาออกเสียงใช้สิทธิในการเลือกตั้ง  สส. และออกเสียงประชามติ ในวันที่ 8 ก.พ.ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น. พร้อมฝากถึงนักการเมืองและพรรคการเมือง ขอให้ดำเนินการหาเสียงอยู่ในกรอบของกฎหมาย

นายณรงค์ กล่าวว่า ส่วนความคืบหน้าการตรวจสอบการซื้อสิทธิขายเสียง ทั้งในพื้นที่ภาคอีสานและพื้นที่อื่นๆ นั้น กกต. ติดตามตลอดในภาพรวม แต่ไม่ได้ออกข่าว เพราะอยู่ในช่วงที่อาจจะมีส่วนได้ส่วนเสีย แต่ กกต. ก็รับดำเนินการทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นข้อร้องเรียนหรือความปรากฏ ยืนยันว่า ไม่ได้เพิกเฉย

นายณรงค์ ยังกล่าวถึงกรณีที่พรรคการเมืองหนึ่งออกมาต่อว่า กกต. เกี่ยวกับการตรวจสอบข้อมูลการซื้อสิทธิขายเสียงสองมาตรฐาน เพราะตรวจสอบเฉพาะเด็กที่ทำคลิป 2,000 บาท แต่ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เกี่ยวกับการเบิกเงินสดผิดปกติ 250 ล้านบาท กลับไม่ตรวจสอบนั้น  ในข้อเท็จจริงแล้วไม่ใช่ ยืนยันว่าตั้งแต่รู้ก็ได้ประชุม กกต. และขอความร่วมมือให้ธนาคารส่งข้อมูลมาให้ และให้สำนักงาน กกต. ตรวจสอบทุกเส้นเงินที่ได้รับข้อมูลมา ย้ำว่า กกต. ไม่ได้สองมาตรฐาน เพราะเป็นผู้รักษากติกา ดำเนินการโดยชอบด้วยกฎหมายทุกเรื่อง

ด้าน ว่าที่ร้อยตรี ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต. กล่าวถึงขั้นตอนหลังปิดหีบเลือกตั้งและออกเสียงประชามติในวันที่ 8 ก.พ.นี้ ว่า หลังจากปิดหีบในเวลา 17.00 น. จะมีการนับคะแนนพร้อมกัน 3 กระดาน ทั้งการเลือกตั้ง สส.แบบบัญชีรายชื่อ  สส.แบบแบ่งเขต  และการออกเสียงประชามติ ส่วนบัตรเลือกตั้งล่วงหน้า จะมีจุดนับคะแนนที่กำหนดไว้ แยกออกมา ขณะที่บัตรออกเสียงประชามตินอกเขตจะนับคะแนนรวมในหน่วยเลย

ส่วนการจัดเลือกตั้งในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้และพื้นที่จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา ก็ได้มีการประชุมร่วมกับฝ่ายความมั่นคงและตำรวจ ซึ่งได้มีการควบคุมในแต่ละพื้นที่ โดยส่งกำลังเข้าไปดูแล ซึ่งเราได้กำชับ กปน. รวมถึงเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยให้ดูแล เบื้องต้นยังไม่พบปัญหาอะไร สามารถจัดการเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ.ได้แน่นอน

เมื่อถามถึงกรณีที่มีการเผยแพร่ในสื่อโซเชียลมีเดียให้ประชาชนผู้มีสิทธิตรวจสอบหน่วยเลือกตั้ง เนื่องจากหน่วยที่จะไปใช้สิทธิเลือกตั้งกับหน่วยที่จะไปออกเสียงประชามติอยู่คนละที่กันนั้น ว่าที่ร้อยตรี ภาสกร กล่าวว่า เป็นการเข้าใจคลาดเคลื่อน ซึ่งแม้กฎหมายจะคนละตัวกัน แต่คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้ออกเสียงประชามติในวันเดียวกันกับการเลือกตั้ง สส.  ดังนั้นการลงคะแนนเลือกตั้ง สส.และการออกเสียงประชามติจะอยู่ในหน่วยเดียวกัน กระบวนการจะไหลลื่นไปตามขั้นตอนในหน่วย โดยจะต้องเลือกตั้ง สส. ก่อนแล้วจึงไปออกเสียงประชามติ ยืนยันว่า ไม่มีการแยกกัน

ส่วนกรณีมีข้อกังวลเกี่ยวกับการสวมใส่เสื้อฟุตบอลที่มีหมายเลขเข้าไปใช้สิทธิเลือกตั้งและออกเสียงประชามติ จะสามารถทำได้หรือไม่นั้น ต้องดูที่เจตนาว่าต้องการจะสื่ออะไร โดยทั่วไปหากไม่ได้สื่ออะไรหรือแฝงอะไรก็สามารถสวมใส่ได้ แต่ถ้าเป็นการสื่อเพื่อจูงใจ ก็อาจจะเข้าข่ายผิดกฎหมายได้ ย้ำว่าอยู่ที่เจตนา.