สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงออสโล ประเทศนอร์เวย์ เมื่อวันที่ 7 ก.พ. ว่า สำนักพระราชวังนอร์เวย์เผยแพร่แถลงการณ์ของเจ้าหญิงเมตเต-มาริต มกุฎราชกุมารี มีเนื้อหาว่า พระองค์ทรงเสียพระทัยเป็นอย่างยิ่ง ต่อ “มิตรภาพ” ที่ทรงเคยมีกับนายเจฟฟรีย์ เอปสตีน อาชญากรทางเพศชาวอเมริกัน


พระองค์ทรงขออภัยต่อพสกนิกรชาวนอร์เวย์ ซึ่งพระองค์ทำให้ทุกคนต้องรู้สึกผิดหวัง ยิ่งไปกว่านั้น เจ้าหญิงเมตเต-มาริต ทรงยอมรับว่า ทรงเสียพระทัยเป็นอย่างมาก ต่อการที่พระองค์ทรงทำให้ราชวงศ์นอร์เวย์ต้องตกที่นั่งลำบาก พระองค์ทรงขอประทานอภัยจากสมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ที่ 5 และสมเด็จพระราชินีซอนยา เป็นการส่วนพระองค์แล้ว


สำนักพระราชวังนอร์เวย์เปิดเผยด้วยว่า เจ้าหญิงเมตเต-มาริต พระชนมพรรษา 52 พรรษา ทรงประสงค์จะอธิบายรายละเอียดมากกว่านี้ให้ทุกฝ่ายได้รับทราบ อย่างไรก็ตาม “ยังไม่สามารถทำได้ในขณะนี้” เนื่องจากพระองค์ทรงกำลังเผชิญกับ “สถานการณ์ที่กดดันอย่างมาก”


ทั้งนี้ จากเอกสารมากกว่า 3.5 ล้านหน้า ซึ่งกระทรวงยุติธรรมสหรัฐเปิดเผยเป็นรอบล่าสุด เกี่ยวกับคดีของเอปสตีน ซึ่งเสียชีวิตในเรือนจำ ที่นครนิวยอร์ก จากการกระทำอัตวินิบาตกรรม เมื่อปี 2562 ปรากฏพระนามของเจ้าหญิงเมตเต-มาริต เอกสารเผยให้เห็นความสนิทสนมที่เหนือความคาดหมายของทุกฝ่าย และเนื้อหาในอีเมลระหว่างปี 2554-2555 มีถ้อยคำ “ล่อแหลมทางเพศ” ส่งผลให้เกิดคำถามในนอร์เวย์ว่า พระองค์ ซึ่งเป็นอดีตสามัญชน ทรงยังมีความเหมาะสมที่จะเป็นสมเด็จพระราชินีพระองค์ต่อไปหรือไม่


อนึ่ง ผลสำรวจความคิดเห็นชาวนอร์เวย์ เมื่อไม่นานมานี้ ระบุว่า เกือบครึ่งหนึ่งของกลุ่มตัวอย่างเห็นว่า เจ้าหญิงเมตเต-มาริต ทรงไม่สมควรได้รับการสถาปนาให้เป็นสมเด็จพระราชินีพระองค์ต่อไปของนอร์เวย์ และมีไม่ถึง 1 ใน 3 ที่ยังให้การสนับสนุน


อย่างไรก็ตาม สภาผู้แทนราษฎรนอร์เวย์มีมติเสียงข้างมากท่วมท้น 141 จาก 169 เสียง จากการประชุมในสัปดาห์นี้ ให้คงระบอบราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญซึ่งใช้ระบบรัฐสภาต่อไป ด้วยเหตุผลว่า สถาบันกษัตริย์นำมาซึ่งความมั่นคงและอยู่เหนือความขัดแย้งทางการเมือง และสมาชิกในราชวงศ์ทุกพระองค์ทรงทุ่มเทเพื่อนอร์เวย์เป็นอย่างดีมาตลอด นับตั้งแต่ประเทศได้รับเอกราชจากสวีเดน เมื่อปี 2448.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES