แม้ว่าคุณจะเป็นคนหนึ่งที่ไม่ได้อินกับศึกคนชนคน แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ทุกครั้งที่มีศึก Super Bowl เกิดขึ้น ทุกความสนใจจะหลั่งใหลไปที่แสง สี เสียง จากวงดนตรีระดับโลก ที่ต้องบอกว่า “ห้ามพลาด” สถานเดียว!

และแน่นอนสำหรับศึก Super Bowl LX (ครั้งที่ 60) ที่จะเกิดขึ้นในช่วงเช้าของวันจันทร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 ตามเวลาประเทศไทย ที่ลีวายส์ สเตเดียม ในซานตาคลารา แคลิฟอร์เนีย ซึ่งจะเป็นการพบกันของ นิว อิงแลนด์ แพทริออตส์ แชมป์สายเอเอฟซี กับ ซีแอทเทิล ซีฮอว์กส แชมป์เอ็นเอฟซี

สำหรับคอเพลงแล้ว นี่คือคอนเสิร์ตระดับโลกแบบย่อมๆ ที่แถมด้วยการแข่งขันอันดุเดือด ซึ่งเราจะมาดูกันว่าทำไมศึก Super Bowl LX (ครั้งที่ 60) ถึงมีโชว์ที่น่าจับตามองมากที่สุดในรอบหลายปี

แน่นอนว่าไฮไลท์ที่สำคัญที่สุด ที่ทุกคนจับจ้องก็คือ Halftime Show ซึ่งทุกคนสามารถลืมภาพเก่าๆ ไปได้เลย เพราะปีนี้ศิลปินชื่อดังที่มียอดสตรีมสูงสุดในโลกอย่าง Bad Bunny จะขึ้นแท่นเป็นศิลปินเดี่ยวชาวละตินคนแรกที่ได้เป็น Headliner ใน Super Bowl Halftime Show

สิ่งที่พลาดไม่ได้เลยก็เพราะว่านี่ไม่เพียงแต่เป็นคอนเสิร์ต แต่เป็นประกาศศักดาของดนตรีละติน Bad Bunny ตั้งใจจะร้องเพลงภาษาสเปนทั้งโชว์ เพื่อเป็นเกียรติแก่บ้านเกิด (เปอร์โตริโก) และวัฒนธรรมของเขา

แม้เจ้าตัวยังอุบเงียบเรื่องแขกรับเชิญ แต่สื่อหลายสำนักเก็งกันว่าแรปเปอร์สาว Cardi B อาจจะโผล่มาร่วมแจมในเพลงฮิต “I Like It” (ซึ่งน่าจับตามองเป็นพิเศษเพราะเธอกำลังเดตกับ Stefon Diggs ปีกนอกของทีม Patriots ด้วย!)

อย่างไรก็ตามความเจ๋งของ Super Bowl LX คือการผสมผสานที่แตกต่างอย่างสุดขั้วแต่ลงตัว เพราะนอกจาก Halftime Show จาก Bad Bunny แล้ว ยังมีอีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญก็คือโชว์เปิดของ Green Day
ตำนานพังก์ร็อกระดับโลกจะมาเปิดสนามเพื่อฉลองครบรอบ 60 ปี NFL และเป็นการแสดงใน “บ้านเกิด” ของพวกเขาเอง (Bay Area) เพื่อสดุดีเหล่า MVP ในตำนาน รับประกันความเดือดสไตล์ร็อกยุค 90s/2000s

ดังนั้น คือการโคจรมาเจอกันระหว่าง “ความเก๋าแบบอเมริกันร็อก” กับ “พลังคนรุ่นใหม่แบบละตินป๊อป” สะท้อนให้เห็นว่า Super Bowl พยายามเชื่อมโยงคนทุกเจเนอเรชั่นเข้าด้วยกัน

นอกจากนี้อีกหนึ่งไฮไลท์ที่จะพลาดไม่ได้เลย ก็คือโชว์โหมโรงจากศิลปินคุณภาพระดับโลก ทั้ง Charlie Puth นักร้องเสียงนุ่มลึกที่จะได้รับเกียรติร้องเพลงชาติสหรัฐ “The Star-Spangled Banner” ก่อนเริ่มเกม รวมถึง Brandi Carlile จะมาถ่ายทอดเพลง “America the Beautiful” และ Coco Jones จะมาโชว์พลังเสียงในเพลง “Lift Every Voice and Sing”

เป็นที่เห็นได้ชัดเจนว่าหลังจากยุคที่ Halftime Show มีแต่วงโยทวาทิตขึ้นแสดง จนมาสู่ยุคของ Michael Jackson ปัจจุบันมันได้หันมาสู่ยุคของ Global Music อย่างแท้จริง

ดังนั้นไม่ว่าคุณจะเชียร์ นิว อิงแลนด์ หรือซีฮอว์กส ในศึก Super Bowl LX นอกจากจะลุ้นชัยชนะระหว่าง 2 ทีมนี้แล้ว ยังต้องมารอดูกันว่า Bad Bunny และ Green Day จะสร้างตำนานบทใหม่ให้โลกจำได้อย่างไร! ผ่านทาง ช่อง AIS PLAY SPORTS51 เข้ารายการตั้งแต่ 06.30 น.ของเช้าวันจันทร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ เป็นต้นไป

แฟนๆ อเมริกันฟุตบอลห้ามกระพริบตา รับชมการแข่งขันอเมริกันฟุตบอล NFL ได้ด้วยการสมัครแพ็คเกจ PLAY SPORTS ราคา 599 บาท/เดือน (ไม่รวม VAT) เปิดทางสู่คอนเทนต์กีฬาระดับโลกและช่องพรีเมียม อาทิ กอล์ฟ (PGA Tour, LPGA Tour), เทนนิส ATP Tour, ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ, ลีกเอิง ฝรั่งเศส, อเมริกันฟุตบอล NFL, บาสเก็ตบอล NBA รวมถึงคอนเทนต์บันเทิงจาก Prime Video และ Monomax ลูกค้ามือถือสมัครกด 67888 โทรออก หรือที่ https://www.ais.th/consumers/entertainment/ais-play/play-sports