สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 7 ก.พ. ว่า นายไมค์ วอลต์ซ เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำสหประชาชาติ (ยูเอ็น) กล่าวว่า รัฐบาลวอชิงตันของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะเริ่มชำระเงินงวดแรกจากหนี้ค้างชำระของสหรัฐ ให้แก่ยูเอ็น ภายในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ซึ่งเงินงวดแรกนี้เสมือนเป็น “เงินดาวน์ก้อนสำคัญ” สำหรับค่าบำรุงรายปี แม้ยังไม่มีการสรุปตัวเลขสุดท้ายก็ตาม
อย่างไรก็ตาม วอลต์ซกล่าวว่า ทรัมป์ต้องการให้ยูเอ็นกลับมามุ่งเน้นภารกิจหลักด้านสันติภาพและความมั่นคง และลดความซับซ้อนของระบบราชการที่ใหญ่โตเกินไป โดยวอลตซ์ยกตัวอย่างว่า ยูเอ็นมีหน่วยงานมากถึง 7 แห่ง ที่มีภารกิจเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเอกอัครราชทูตสหรัฐมองว่า “ไม่จำเป็นต้องมากถึงขนาดนั้น”
ขณะเดียวกัน วอลต์ซสนับสนุนการควบรวมหน่วยงานสนับสนุน และโลจิสติกส์ของสำนักงานด้านมนุษยธรรมของยูเอ็นเข้าด้วยกัน
นอกจากนี้ วอลต์ซแสดงท่าทีสนับสนุนโครงการปฏิรูป “ยูเอ็น80” ซึ่งนายอันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการยูเอ็น ประกาศเมื่อปีที่แล้ว เพื่อลดค่าใช้จ่าย แต่ติติงว่า กูเตร์เรสควรเริ่มดำเนินการตั้งนานแล้ว ไม่ใช่เพิ่งมาเริ่มในปีที่ 9 ของการดำรงตำแหน่งเลขาธิการ
US plans initial payment towards billions owed to UN-envoy Waltz https://t.co/QOCBAvyobS
— ST Foreign Desk (@STForeignDesk) February 7, 2026
แม้เอกอัครราชทูตสหรัฐปฏิเสธกล่าวว่าหนี้ค้างชำระต่อยูเอ็นอยู่ที่เท่าใด แต่มีรายงานจากแหล่งข่าว ว่ามากกว่า 95% ของหนี้ค้างชำระในงบประมาณปกติเป็นของสหรัฐ คิดเป็น 2,190 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 69,061.60 ล้านบาท) อีกทั้งยังมีค่าค่างชำระ 2,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 76,683.95 ล้านบาท) ของภารกิจรักษาสันติภาพ และค่าบำรุงศาลระหว่างประเทศหลายแห่งอีก 43.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1,374.93 ล้านบาท)
นอกจากนี้ สหรัฐไม่ได้จ่ายเงินเข้างบประมาณปกติเลยในปีที่ผ่านมา ซึ่งติดค้างอยู่ 827 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 26,079.43 ล้านบาท) และยังมีส่วนของปี 2569 อีก 767 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 24,187.33 ล้านบาท).
เครดิตภาพ : AFP



