วันนี้ 9 ก.พ. 69 หลังจากดัขนีหุ้นไทยบวกแรงตั้งแต่เปิดตลาดมา 31 จุด จนมีลุ้นว่าดัชนีจะได้ถึง 1,400 จุดนั้น ในที่สุดเมื่อช่วงเวลาประมาณ 11.50 น. ก็สามารถปรับขึ้นไปได้ 49.95 จุด ทำดัชนีสูงสุดที่ 1,403.96จุด ซึ่งทะลุ 1,400 จุด ไปได้สำเร็จแล้ว
บริษัท หลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI ระบุในบทวิเคราะห์ ว่า ผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการออกมาว่า พรรคภูมิใจไทย ได้จำนวน สส. มากกว่าที่เราคาดการณ์ไว้ จึงสามารถเข้ากุมบังเหียนกระทรวงสำคัญๆ ได้มากขึ้น เชื่อว่าพรรคภูมิใจไทย มีโอกาสสูงที่จะจับมือกับพรรคเพื่อไทย (พท.) เพื่อจัดตั้งรัฐบาลใหม่อย่างที่คาดไว้ก่อนหน้านี้ ขณะที่สำนักคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะต้องตรวจสอบคะแนนและรับรองผลอย่างน้อย 95% ภายในวันที่ 9 เม.ย. 69 จากนั้นจึงจะมีการเรียกประชุมรัฐสภาครั้งแรกภายใน 15 วัน หรือภายในวันที่ 24 เม.ย. 69 ดังนั้นรัฐสภาน่าจะต้องโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ในราวปลายเดือน เม.ย. 69
ฝ่ายวิเคราะห์ฯ มองว่า การที่พรรคภูมิใจไทย ทำผลงานได้ดีในการเลือกตั้งครั้งนี้ คาดว่าตลาดหุ้นไทยจะตอบสนองในเชิงบวก เพราะคาดหวังกับเสถียรภาพของรัฐบาลใหม่และการสานต่อนโยบาย ขณะที่ฝ่ายวิเคราะห์ฯ แนะนำให้นักลงทุนย้ายการลงทุนจากหุ้นและกลุ่มปลอดภัย (defensive) ที่ outperform ตลาดไปแล้ว เช่น กลุ่มโทรคมนาคม, กลุ่มพลังงานและกลุ่มธนาคาร มายังหุ้นกลุ่มที่ยังคงเป็น laggard อย่างเช่น กลุ่มการแพทย์, กลุ่มท่องเที่ยว, กลุ่มสินเชื่อเพื่อผู้บริโภคและกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม
นอกจากนี้ ยังมองว่าภาพการเมืองไทยที่ชัดเจนขึ้น อาจดึงดูดเม็ดเงินต่างชาติเข้ามาลงทุนในไทยมากขึ้น โดยนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทยรวม 4.47 แสนล้านบาทในปี 66-68 แต่ทิศทางเริ่มเปลี่ยนมาเป็นบวกเล็กน้อย มีเงินลงทุนจากต่างประเทศไหลเข้าตลาดหุ้นไทยสุทธิ 1.5 หมื่นล้านบาท นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน (YTD ) ขณะที่ ดัชนี SET ปรับตัวลง 19% นับจากสิ้นปี 65 ซึ่ง underperform คู่แข่งในภูมิภาคอย่างมีนัยสำคัญ
โดยปัจจุบันหุ้นไทยซื้อขายอยู่ที่ P/E ล่วงหน้า 12 เดือนประมาณ 15 เท่า หรือ -1SD จากค่าเฉลี่ย 10 ปี จึงมองว่าการประเมินมูลค่าในขณะนี้น่าสนใจ อีกทั้งภาพการเมืองไทยที่ชัดเจนขึ้นน่าจะดึงดูดให้มีเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติไหลเข้ามามากขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ช่วยหนุนตลาดหุ้นไทย
ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI เชื่อว่าด้วยคะแนนเสียงที่ท่วมท้น รัฐบาลใหม่จะทำให้การเมืองไทยมีเสถียรภาพมากขึ้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน จึงปรับเพิ่มเป้าดัชนี SET จากเดิม 1,400 จุด เท่ากับ P/E 15 เท่า ปี 70, -0.75SD เป็น 1,480 จุด หรือเท่ากับ P/E 15.6 เท่าในปี 70 หรือเท่ากับ -0.25SD จากค่าเฉลี่ย 10 ปี โดยมองว่าการมีเงินทุนไหลเข้าจากต่างประเทศมากขึ้นและสถานการณ์การเมืองที่มีแนวโน้มดีขึ้นจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนตลาดหุ้นไทย
อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นไทยจะมี downside risk หากเกิดความวุ่นวายทางการเมืองขึ้นอีกและเศรษฐกิจประเทศอ่อนตัวกว่าคาด ขณะที่รายชื่อหุ้น Top pick ของฝ่ายวิเคราะห์ฯประกอบด้วย BDMS, MRDIYT, CPN, ERW, GULF, MOSHI, MTC, PR9, SPALI, TIDLOR และ WHA



