เมื่อวันที่ 11 ก.พ. นายวีระเดช ภู่พิสิฐ หรือ “นายกเฮง” นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน จากพรรคประชาชน ได้โพสต์ข้อความระบุว่า

รีวิวการเลือกตั้ง 2569 #โกงยังไง..?

ก่อนอื่นผมขอขอบคุณพ่อแม่พี่น้องประชาชนทุกท่าน ถึงแม้ปีนี้ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเรารักษาแชมป์จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งอันดับหนึ่งได้หรือไม่ แต่ผลคะแนนที่ออกมา ผมขอบคุณพ่อแม่พี่น้องประชาชนทุกคนที่ได้ให้ความไว้วางใจกับผู้สมัครของพรรคประชาชนทั้งสองเขต ทั้งนี้จากผลการเลือกตั้งทั้งประเทศ แน่นอนว่าทางเรามีแนวโน้มที่จะเป็นฝ่ายค้าน โดยทางพวกผมและทางว่าที่ สส. ทั้งสองท่าน

ในเรื่องพูดคุยถึงแนวทางการทำงานขององคาพยพทั้งหมดในจังหวัดลำพูน เพื่อให้เป็นเนื้อเดียวกันให้ได้มากที่สุด ไม่อยากให้มีอุปสรรคใดๆ ในการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นนโยบายที่ผลักดันให้ท้องถิ่นหรือปัญหาของพ่อแม่พี่น้องประชาชน ที่จะต้องสะท้อนได้มากที่สุดไปยังผู้บริหารหรือรัฐบาล

สิ่งที่ผมอยากจะมีรีวิวการเลือกตั้ง 2569 นี้

ขอเอาเรื่องภายในจังหวัดลำพูน จริงๆ แล้วก็เหมือนสถานการณ์ปกติทั่วไปการเลือกตั้ง ตัวผมเองเป็นผู้เฝ้ามองแบบห่างๆ เพราะไม่สามารถเข้าไปช่วยในกองอำนวยการเลือกตั้งเพื่อไม่ให้เกิดข้อครหาได้ หลังม่านแห่งการเลือกตั้งนั้นดุเดือด เอาจริงๆ แทบจะโดนกันทุกทางเลย ไม่ว่าจะเขต 1 หรือเขต 2 หนักหน่วงมาก ปีนี้ต้องยอมรับว่ากระแสการจ่ายเงินรุนแรงมาก อีกทั้งทุกๆ การเลือกตั้งมันจะมีดราม่าเสมอ ปีนี้ก็อย่างที่เคยลงคลิปไปแล้ว ส่วนการปราศรัยการโจมตีคู่แข่ง ตอนแรกคิดว่าจะไม่มี จนมีการปราศรัยของพรรคการเมืองภาคหนึ่ง ที่โจมตีด่าทอว่านโยบายของ อบจ. โดยนักปราศรัยระดับประเทศ อาจจะคิดว่าตัวเองอยู่บนเวทีแล้ว คะนองปากก็เป็นเรื่องธรรมดาครับ สู้กันไปก็สู้กันมา แต่หวังว่าหลังจากจบการเลือกตั้งแล้ว สถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติก็คงไม่มีอะไรที่ต้องมานอกเกมกันอีก

#โกงเลือกตั้ง ขอรีวิวในเรื่องของที่กำลังเป็นกระแสดังทั่วประเทศ ยกตัวอย่างเช่นเคสการเลือกตั้งที่ชลบุรี เขต 1 ทำให้นึกถึงความที่อาจจะไม่โปร่งใสในความคิดของบุคคลทั่วไป แต่ก็ไม่มีใครตอบเลยว่าถ้าเขาโกงจริงๆ เขาโกงยังไงล่ะ การโกงเลือกตั้งมันมีหลายแบบครับ

2.1 การซื้อรายหัว ถ้าในอดีตคงเป็นเรื่องธรรมดาเบสิกทั่วไป ใช้หัวคะแนนจดรายชื่อ เก็บบัตรประชาชน เก็บสำเนาบัตรได้จำนวนที่ต้องการ นำเงินให้หัวคะแนนนำไปแจกจ่ายตามหมู่บ้าน ตามตำบล ตามอำเภอ แต่เมื่อเวลาผ่านไป วิธีนี้ตั้งแต่เกิดพรรคอนาคตใหม่ มันทำให้รู้ว่าการยิงรายหัวด้วยวิธีแบบนี้มันใช้ไม่ได้ผล เพราะเสี่ยงกับการถูกเบี้ยวหรือคะแนนไม่ถึงเป้าได้ง่ายมาก เช่น หัวคะแนนรับเงินไป 100 หัว พิสูจน์ยากว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเพราะอะไร บางที่จ่ายจริง 100 หัว แต่พอเข้าไปในหน่วยเลือกตั้ง คนกาคะแนนไม่ถึง 20 คน รับเงินไปแล้วแต่ไม่กาคะแนนก็ทำอะไรไม่ได้ ถึงหัวคะแนนจะไปคุมไปขู่คนจำนวนมาก เขาก็ไม่กลัวแล้ว

ซึ่งวิธีนี้เสี่ยงต่อการถูกเบี้ยว ถึงแม้ตอนหลังจะมีพัฒนาการใช้ระบบ “แม่ไก่” ให้หัวคะแนนหนึ่งคนคุมคะแนนไม่ถึง 30 คน เพื่อง่ายต่อการคุม แต่สุดท้ายแล้ว ในระดับ “ลูกไก่” พอเข้าไปในหน่วยไม่กา ก็ทำอะไรไม่ได้ แถมไม่พออาจจะต้านกระแสของพรรคการเมือง ทนการเรียกร้องของลูกของหลานไม่ไหว ยิ่งมีการย้ำว่ารับเงินมาไม่ต้องกานะ ทำให้วิธีนี้ค่อยๆ หายไป เพราะรู้แล้วว่ามันไม่ได้ผล อีกทั้งใช้เงินจำนวนมากในการเลือกตั้งครั้งหนึ่ง

ยกตัวอย่างเช่น หนึ่งเขตเฉลี่ยแล้วจะมีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 200,000 คน ถ้าพรรคการเมืองต้องการซื้อเพื่อให้คะแนนได้ลดหลั่นตามเป้า อาจจะจำเป็นต้องซื้อ 100,000 เสียง ค่าหัวละ 300 บาท ก็ใช้เงิน 30,000,000 เผื่อเหลือเผื่อขาดมากสุดอาจจะเหลือ 50,000 คะแนน แต่พรรคการเมืองมักจะไม่เลือกใช้วิธีนี้ เพราะบางครั้งสิ้นเปลือง โดยมีเหตุอีกอย่างคือเสี่ยงกับพื้นที่ไหนที่กระแสพรรคอื่นดีๆ อาจจะสอบตกได้ และเงินที่จ่ายไปก็หายไปเลย

แต่ยังไงการซื้อรายหัวก็ยังเป็นประตูด่านแรกที่เป็นกลยุทธ์ในการเลือกตั้ง เรียกว่าเป็น “กระสุนนัดแรก” ก่อนจะเริ่มใช้กลยุทธ์ต่อไป เพราะยังไงต้องมีการตุนคะแนนไว้บ้าง หรือซื้อระดับหัวจ่ายในชุมชน ผ่านเครือข่ายไม่ว่าจะเป็นท้องที่ ท้องถิ่น อสม. แม่บ้าน คนในองค์กร พวกนี้เป็นระดับหัวจ่าย กระสุนนัดแรกจะยิงผ่าน ถ้าภาษานักเลือกตั้งเขาเรียกว่า “เปิดท่อ” แล้วค่อยลงไปต่อในระดับเครือข่ายต่อไป

2.2 จากที่เขียนมาข้อ 2.1 การโกงในแบบที่ 2 ค่อนข้างที่จะซับซ้อน เพราะมันจะเป็นเวอร์ชันอัปเกรดจากข้อ 2.1 และใช้ต้นทุนต่ำมากจากการปูคะแนนซื้อเสียง เพราะผมยกตัวอย่างให้ฟัง เคสนี้อย่างแรกต้องทำ 2.1 ในระดับหัวจ่ายก่อน และอาจจะมีการยิงในระดับแม่ไก่ไปแล้วระดับหนึ่ง เพื่อให้มีคะแนนตุนไว้เป็นเชื้อไฟในการทำข้อต่อไป

หากคนที่ไม่ได้อยู่ในวงการเลือกตั้งก็จะงงๆ ว่าทำยังไง ผมจะลองอธิบายจากประสบการณ์ที่ผมเคยสัมผัสมาในการเลือกตั้งปี 66 และผู้สมัครพรรคเราในจังหวัดมันเคยสัมผัสมาแล้ว ในการเลือกตั้ง

วิธีการที่เป็นขั้นอัปเกรดนี้เขาเรียกวิธีการ “ซื้อหน่วยเลือกตั้ง” เรามักจะได้ยินว่าวิธีการซื้อหน่วยเลือกตั้ง แต่บางคนก็จะไม่เข้าใจว่าซื้อยังไง ลองอ่านตามที่ผมเขียนดังต่อไปนี้ แล้วค่อยๆ จินตนาการตามนะครับ

ในหน่วยเลือกตั้งหน่วยหนึ่ง จะประกอบไปด้วย

เจ้าหน้าที่ตำรวจ

เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง หรือเราเรียกว่า กปน.

กำนันผู้ใหญ่บ้าน หรือเจ้าหน้าที่จากกรมการปกครอง

ซึ่งทั้งสามองค์ประกอบนี้จะอยู่ในหน่วยเลือกตั้งเหมือนกัน ปัญหาคือหากคนจะใช้วิธีนี้ต้องวิ่งล็อบบี้ตั้งแต่การเลือกเจ้าหน้าที่ กปน. หรือ “กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง” เพราะจะแต่งตั้งโดยผู้อำนวยการการเลือกตั้งในแต่ละเขต ซึ่งแต่งตั้งโดย กกต. มาอีกที

แต่เจ้าหน้าที่ในหน่วยจะเป็นเจ้าหน้าที่ที่ผู้อำนวยการการเลือกตั้งเขตๆ นั้น จะทำการคัดเลือกในแต่ละพื้นที่มาเป็น กปน. ยกตัวอย่างลำพูนปีนี้ใช้บุคลากรครูเป็นส่วนใหญ่เลยไม่ค่อยมีปัญหา นอกจากบางพื้นที่ที่ดูแล้ว บางทีหาเจ้าหน้าที่มาทำงานในวันเลือกตั้งยาก อาจจะใช้ให้กำนันผู้ใหญ่บ้านหรือคนในท้องที่หาคนมาเป็นกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง

หลังจากได้ชื่อบุคคลที่มาทำงานในหน่วยเลือกตั้งแล้ว โดยเฉพาะจะเอาหัวหน้าหน่วยมาก่อน แล้วเลือกลูกทีมที่ไปทิศทางเดียวกันหรือเป็นหัวคะแนนเหมือนๆ กัน

เมื่อทั้งสามองค์ประกอบทำงานไปทิศทางเดียวกันแล้ว ทีนี้ก็อยู่ที่ราคาที่ผู้สมัครจะเลือกช้อปปิ้งแล้วแหละ เพราะอย่างเช่นเจ้าหน้าที่ในหน่วยมีอยู่ 15 คน เขาจ่ายเลย 10,000, 20,000, 30,000 แล้วแต่ราคาแต่ละพื้นที่ แล้วเขาซื้อไปทำไม

เคสที่ 1 ซื้อไปแล้วส่วนใหญ่หน่วยที่ถูกซื้อไปจะอยู่พื้นที่ห่างไกลชุมชน หรือลับหูลับตา มองไม่เห็นมีใครมาดูตอนนับคะแนน หรือมั่นใจแล้วว่าในหมู่บ้านนี้มีแต่พวกตัวเอง

คุณลองจินตนาการภาพดูสิ ก่อนปิดหีบทำไมถึงมีการเก็บบัตรประชาชนชาวบ้าน ถ้ากรรมการในหน่วยเลือกตั้งบางหน่วยกาคะแนนด้วยตัวเองล่ะ อันนี้แหละที่สยอง เพราะในหมู่บ้านอาจจะรู้เห็นกันแค่ว่ามีคนที่ขายเสียงไปแล้ว 50 เสียง นี่คือเหตุผลว่าทำไมถึงเก็บบัตรประชาชน เพราะเอาไปให้เจ้าหน้าที่ในหน่วยนี้แหละฉีกบัตรและกาคะแนนหย่อนไปในหีบ

อันที่สอง เมื่อประเมินแล้วว่าคะแนนอันดับที่หนึ่งอันดับที่สองกระแสมาแรงพอๆ กัน ถึงเวลาที่เขาจะทำให้ผู้สมัครที่เขารับงานมาได้รับชัยชนะ ด้วยการ “ดึงคะแนนออก”

ผมยกตัวอย่างง่ายๆ เขตเลือกตั้งหนึ่งเขตจะมีหน่วยเลือกตั้งประมาณ 300 กว่าหน่วย ถ้าเขาซื้อหน่วยละ 50,000 ซื้อสัก 150 หน่วย เป็นเงิน 7,500,000 บาท และสิ่งที่เขาได้เขาได้อะไร ถ้าเขาสั่งว่าดึงบัตรออก ในหน่วยที่ไม่มีใครไปสังเกต หน่วยละ 50 ถึง 100 คะแนน

ข้อสังเกตง่ายๆ กรณีนี้จะไม่มีบัตรเขย่ง หรือบัตรเกินในพื้นที่ แต่จำนวนบัตรเสียและผู้ไม่ประสงค์ออกนามจะสูงกว่าเขตอื่นๆ เป็นพิเศษ แล้วพอเราเอามาจับส่วนต่างว่าเบอร์สองกับเบอร์หนึ่งแพ้กันเท่าไหร่ ถ้าเอาบัตรเสียมารวม เบอร์สองอาจจะชนะ ตรงนี้เป็นข้อสังเกตเบื้องต้น

หรือที่โหดกว่านั้นคือกรรมการในหน่วยเลือกตั้งไม่ละเอียด หาบัตรเสริมใส่ไปเลย หน่วยละ 20 คะแนน 30 คะแนน โดยที่ไม่มีใครเช็กเล่มที่เซ็นชื่อ หรืออาจจะมีการเซ็นชื่อแทนให้กับคนที่ไม่ได้มาเลือกตั้ง เพราะสุดท้ายคนที่ตรวจกันเองก็มีเฉพาะเจ้าหน้าที่ในหน่วย

วิธีนี้กลับได้ผลมากกว่าข้อ 2.1 คุณลองคิดดูถ้า 300 หน่วย เขาซื้อได้ 150 หน่วย เอาออกหน่วยละ 50 คะแนน หรือตอนขาดคะแนนไปลงผู้ไม่ประสงค์ออกนาม รวมทั้งหมดเฉลี่ยแล้วประมาณ 7,500 คะแนน

ยิ่งการเลือกตั้งรอบนี้นับ 3 กระดานพร้อมกัน ไม่ว่าจะประชามติ ปาร์ตี้ลิสต์ และคะแนนเขต ซึ่งแน่นอนว่าหากดึงอันใดอันหนึ่งออกหรือดึงทั้งสามกระดาน ถ้าในหน่วยนั้นไม่มีใครมาร่วมสังเกตการณ์หน่วยเลือกตั้ง ก็ง่ายมากที่จะทำ เพราะหน่วยที่ทำมักจะอยู่ลับหูลับตา คนไม่แปลกใจเลยที่ทำไมมีข้อกังขาว่าเจ้าหน้าที่หน่วยนับคะแนนไม่ให้ประชาชนได้เห็น

มันเป็นวิธีการที่ทำแล้วมันได้ผล ใช้เงินน้อย 7,500,000 บาท แลกกับ 7,500 คะแนน ตกคะแนนละ 1,000 แล้วมียอดที่แน่นอนที่ทำให้คู่แข่งหายไป

2.3 การตั้งรางวัลหลังจากซื้อหน่วยเลือกตั้งแล้ว เช่น ถ้าหน่วยไหนชนะคู่แข่ง บวกคะแนนให้หมู่บ้านอีก คะแนนละ 500, 300 หรือ 1,000 พร้อมเงินรางวัลต่างหาก หน่วยไหนชนะรับก่อน 30,000 ถ้าชนะ 100 คะแนน คะแนนละ 500 บาท ได้ 50,000 บาท รวมเป็น 80,000 บาท แบ่งกัน 150 คน อิ่ม

2.4 #อัปเดตแก้ไขเพิ่มเติม จากเคสที่เกิดขึ้นที่ชลบุรี ที่น่าสงสัยคือใบที่นับคะแนนที่จะอยู่บนบอร์ดของ กกต. ตามหลักแล้วหลังจากนับคะแนนเสร็จจะต้องรวมคะแนนในช่องรวมคะแนนแล้วนำใบนี้กลับไปรวมกันที่ศูนย์ของ กกต. แต่ทำไมเราถึงเห็นใบนี้ถูกนำไปทิ้งถังขยะ

เบื้องต้นสันนิษฐานก่อนเลยว่ามีการเขียนใบนี้ขึ้นมาใหม่ เพราะจริงๆ แล้วบอร์ดที่นับคะแนนจะต้องรวบรวมไว้ และ กกต. ในจังหวัดจะต้องเป็นคนนำไปเก็บหรือทำลายด้วยตัวเอง แต่อันนี้พอมีการนำไปทิ้งถังขยะ สันนิษฐานได้เลยว่ามีการเขียนใบนี้ขึ้นมาใหม่ ซึ่งการเลือกตั้งครั้งนี้ก็สอบไปในแนวทางที่ไม่บริสุทธิ์ยุติธรรม

คำถามคือใครเขียน เพราะหลังจากในบอร์ดนี้เขียนเสร็จ ก็จะมีการนำใบเอกสาร ซึ่งผมจำไม่ได้ว่ามันชื่อเอกสารว่าอะไร ในกระดาษ A4 ซึ่งสรุปผลการเลือกตั้งทั้งหมด แล้วก็ใบที่จะแปะหน้าหีบ ซึ่งก็จะตรงกันทั้งหมด ทั้งคะแนนบนบอร์ด คะแนนในใบสรุป

แล้วถามว่าใครเขียนบอร์ดนี้ขึ้นมาใหม่ ก็ต้องคนที่อยู่ในศูนย์นับคะแนน แต่จะกล้าเขียนเหรอ แล้วถ้าที่ชลบุรี ถ้าบอกว่าใบนี้นำไปทิ้ง ทำไมไม่ทิ้งทุกใบ ซึ่งจะต้องมีกระดาษบนบอร์ดอยู่ 300 กว่าใบ

อันนี้แหละที่น่าสงสัยว่ามีการแก้คะแนนในบางหน่วย หรืออาจจะเขียนในหน่วยมาเลยก็ได้ โดยเฉพาะในหน่วยที่ไม่มีใครไปสังเกตการณ์หน่วยเลือกตั้ง

ที่เขียนมาทั้งหมดเป็นประสบการณ์ที่ผมเคยประสบโดยตรง โดยที่เราไม่รู้ตัวว่าคนโกงการเลือกตั้งเลือกที่จะใช้ทุกวิถีทาง จากที่เขียนมา ข้อ 1, ข้อ 2.1, ข้อ 2.2, ข้อ 2.3 และ 2.4

นักการเมืองที่จะเลือกใช้วิธีการโกงแบบนี้ เอาทุกข้อ เพียงแค่จากข้อหนึ่งอาจจะต้องใช้ต้นทุนสูงและอาจจะถูกเบี้ยวได้ง่าย แต่ก็เป็นกระสุนนัดแรก อาจจะลดยอดลงมาหน่อย แล้วสุดท้ายไปเลือกใช้วิธีการซื้อหน่วยเลือกตั้งและหาคะแนนในหน่วยเลือกตั้งเอา ซึ่งง่ายและยากต่อการตรวจสอบ

นอกจากว่ากรรมการในหน่วยเลือกตั้งหน้ามืดจัดถึงขั้นปั๊มบัตรเขย่งลงไปในหน่วยเลือกตั้ง โดยที่ไม่ได้ดูสมุดเซ็นชื่อ โดยที่ไม่ได้ดูอะไรเลย เพราะที่ผ่านมาหลังเลือกตั้งเสร็จทุกคนก็ต่างแยกย้าย การตรวจสอบก็ทำได้ยาก จะร้องเรียนทีก็ข้อระเบียบข้อในการร้องเรียนต้องร้องเรียนขนาดนับบ้างอะไรบ้าง

เป็นปัญหาที่เราต้องแก้ไขในหน่วยงานองค์กรอิสระเพื่อการเลือกตั้ง ทำไมไม่มีการทำเรื่องให้ง่ายต่อการตรวจสอบ เพราะสุดท้ายแล้วใครจะได้คะแนนไปตัวเองก็มีส่วนได้เสีย

ในทางกลับกัน KPI ของ กกต. ก็กลับแปลก ข้อหามีเรื่องร้องเรียนกับการประเมินอาจจะถูกลดคะแนนลงไป แต่ถ้าไม่มีเรื่องร้องเรียนเท่ากับว่าไม่มีการโกงเลือกตั้ง

ผมเคยคุยกับเจ้าหน้าที่ กกต. หลายๆ คน เขาก็บอกว่าองค์กรเขานี่น่าจะต้องปฏิรูปโดยด่วนแล้วแหละ

ที่เขียนมาทั้งหมดอยากให้วันข้างหน้าประชาชนได้ตื่นตัวและช่วยการจับตาดูการเลือกตั้ง บางครั้งผู้สมัครของพรรคประชาชนเสียเปรียบ เงินทองก็ไม่มี ทุนก็ไม่มี จะจ้างคนไปเฝ้าหน่วยเลือกตั้งก็ใช้ทุนมหาศาล ทุกครั้งเราถึงพยายามหาอาสาเฝ้าหน่วย และการเฝ้าหน่วยมันสำคัญเช่นนี้แหละ โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล

ที่เขียนมาเป็นวิธีการที่ผมรับรู้และเคยประสบผ่านมาโดยตรง หากใครจะหาวิธีแฮ็กการตรงนี้ด้วยการตรวจสอบใดๆ คงต้องช่วยกันหาแนวทางป้องกัน

ไม่แปลกใจหรอกครับ บางครั้งเจ้าหน้าที่ในหน่วยไม่ให้ถ่ายวิดีโอ ไม่ให้นู่นนี่นั่น โดยที่อาศัยช่องว่างที่เราอาจจะรู้ทันกฎหมาย อ่านข้อกฎหมายสารพัด บางครั้งนักเลงใส่

วันที่นับคะแนนผมเลือกที่จะไปหน่วยเลือกตั้งที่อยู่ไกลที่สุด ที่ตำบลก้อ อำเภอลี้ แล้วผมก็อยู่อำเภอลี้ แต่ช่วงบ่ายตระเวนดูตามหน่วยเลือกตั้งในพื้นที่ห่างไกล รอบนี้ไปบางหน่วยก็ยอมรับว่าเห็นอาการเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยบางคนมีอาการอย่างเห็นได้ชัด ตกใจที่เจอนายก เพราะตอนแรกที่แต่งตัวไปเขาไม่รู้ว่าเป็นใคร แต่งตัวธรรมดาชิลชิลไป แต่สุดท้ายพอรู้ก็ได้รับการต้อนรับขับสู้เป็นอย่างดี ไม่ได้มีเหตุอะไรที่น่าสงสัย

ฝันดี ราตรีสวัสดิ์