สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 11 ก.พ. ว่า สมาคมผู้ส่งออกไวน์และสุราแห่งฝรั่งเศส (เอฟอีวีเอส) ระบุว่า การส่งออกไปยังสหรัฐลดลงถึง 21% ขณะที่สหรัฐเป็นผู้นำเข้าไวน์และสุราของฝรั่งเศสรายใหญ่ที่สุด คิดเป็น 21% ของตลาดส่งออกโดยรวมเมื่อปีที่แล้ว

นายกาเบรียล ปิการ์ด ประธานเอฟอีวีเอส กล่าวว่า ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ความขัดแย้งทางการค้า ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน และการสูญเสียความเชื่อมั่นของครัวเรือน ส่งผลกระทบต่อการส่งออกไวน์และสุรา หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ขึ้นภาษีนำเข้าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จากยุโรปในปี 2568 จากเดิม 10% เป็น 15%

ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบต่อการใช้จ่ายของผู้บริโภค รวมถึงการกักตุนสินค้าของผู้ค้าส่ง ได้มีส่วนทำให้การส่งออกลดลงเช่นกัน

โดยรวมแล้ว มูลค่าการส่งออกไวน์และสุราของฝรั่งเศสลดลง 7.9% เหลือ 14,300 ล้านยูโร (ราว 530,201 ล้านบาท) และปริมาณการส่งออกยังลดลง 3.3% ส่วนมูลค่าของการส่งออกไวน์ลดลง 4.1%

ขณะเดียวกัน การส่งออกสุราของฝรั่งเศสลดลง 17.4% เนื่องจากมีมาตรการต่อต้านการทุ่มตลาดของจีนเป็นปัจจัยสำคัญ หลังรัฐบาลปักกิ่งเริ่มการสอบสวนบรั่นดีของสหภาพยุโรป (อียู) เพื่อตอบโต้การตรวจสอบนโยบายเงินอุดหนุนรถยนต์ไฟฟ้าของจีน ขณะที่ผู้ผลิตตกลงที่จะขึ้นราคาเพื่อหลีกเลี่ยงภาษีต่อต้านการทุ่มตลาด

เอฟอีวีเอสกล่าวว่า ภาษีต่อต้านการทุ่มตลาดส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการส่งออกคอนญัก อาร์มาญัก และสุราฝรั่งเศสอื่นชนิด ที่ทำจากไวน์ ขณะที่ยอดขายคอนญักลดลง 23.8% เหลือ 2,300 ล้านยูโร (ราว 85,244 ล้านบาท).

เครดิตภาพ : AFP