สำนักข่าวต่างประเทศรายงานวานนี้ (10 ก.พ. 2569) เกี่ยวกับชาวนาวัยเกษียณรายหนึ่งจากรัฐวิกตอเรียที่โดนจิงโจ้ดุร้ายตัวหนึ่งทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บหลายแห่งหลังจากที่เข้าไปช่วยสุนัขของเขา

โคล เจ้าของฟาร์มวัยเกษียณเล่าว่า ในวันเกิดเหตุเขาอยู่ที่บ้านเพื่อนและได้ยินเสียงเห่าอย่างบ้าคลั่งของสุนัข ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณเตือนว่ามีบางอย่างผิดปกติเกิดขึ้น เมื่อเขาออกไปก็พบว่ามีจิงโต้ตัวหนึ่งพยายามจะทำร้ายสุนัขของเขา

“จิงโจ้ตัวนั้นกำลังพยายามจะตะครุบ [สุนัขของผม] ผมก็เลยหยิบไม้ขึ้นมาตีมัน” เขาให้สัมภาษณ์กับสถานีวิทยุ 3AW

หลังจากตีจิงโจ้เพื่อไล่มันไป โคลนึกว่า เหตุการณ์จบลงแล้ว จึงบอกให้เพื่อนพาสุนัขไปอยู่ในที่ปลอดภัย แต่เมื่อเขาหันหลังกลับมา เขาก็เห็นจิงโจ้พุ่งขึ้นมาจากน้ำด้วยความเร็ว “เหมือนจรวด”

“มันเอาหัวโขกหน้าผม… แล้วก็ชกผม มือเล็กๆ เหมือนมือ ‘เกรมลิน’ ของมันคว้าหัวผมไว้โดยไม่ยอมปล่อย” เขาเล่าโดยบรรยายอุ้งเท้าหน้าของจิงโจ้ว่าเหมือนกรงเล็บของสัตว์ร้ายในนวนิยายของสตีเวน คิง

“มันคำรามตลอดเวลา ผมพยายามจะดึงมือมันออกจากหัว แต่มันจิกเล็บแน่นมาก”

ในที่สุด เพื่อนของ โคล ก็เข้ามาช่วยโดยใช้พลั่วเป็นอาวุธในการขับไล่จิงโจ้ให้ถอยกลับไป โคลกล่าวว่า แม้เขาจะจำเหตุการณ์ไม่ได้มากนัก แต่เขาคาดว่าการโจมตีทั้งหมดเกิดขึ้นเพียง “ประมาณ 25 วินาที” เท่านั้น

โคลต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล แพทย์ทำแผลให้เขานานถึง 6 ชั่วโมง บาดแผลที่ได้รับนั้นรุนแรงพอๆ กับคนที่ประสบอุบัติเหตุรถชน เขาบอกว่าเขา “โชคดีมากๆ ที่ยังมีชีวิตอยู่”

“ถ้าผมไม่พลิกตัวนอนคว่ำ อาการผมคงแย่กว่านี้มาก มันข่วนท้องผมทั้งสองข้าง ผลอัลตราซาวนด์บอกว่าแผลลึกเข้าไปถึง 3 นิ้ว” นอกจากนี้เขายังเชื่อว่าเสื้อเชิ้ตที่สวมอยู่ช่วยป้องกันไม่ให้บาดแผลลึกและรุนแรงไปมากกว่านี้

แม้จะรอดชีวิตมาได้ แต่เขาก็เสริมว่า “ผมรู้สึกอายนิดหน่อยที่โดนจิงโจ้ซ้อมจนน่วม”

เหตุการณ์นี้ถือเป็นอุทาหรณ์เตือนใจได้อย่างดีว่าจิงโจ้เป็น “สัตว์ป่า” ที่ไม่สามารถคาดเดาพฤติกรรมได้ อเล็กซ์ เคิร์สติค ผู้เชี่ยวชาญด้านการควบคุมสัตว์รบกวนในท้องถิ่นให้สัมภาษณ์กับสถานีวิทยุว่า เหตุการณ์นี้ไม่ปกติ แต่ก็ “ไม่เกินความสามารถของพวกมัน”

“จิงโจ้ตัวนี้อยู่ในภาวะอะดรีนาลีนหลั่ง… และพวกมันจะดุร้ายมาก โคลโชคดีมากที่ [จิงโจ้] ไม่ได้ ‘ควักไส้’ เขาออกมา” เคิร์สติคหมายถึงพฤติกรรมที่จิงโจ้ใช้ขาหลังทำร้ายคู่ต่อสู้ด้วยการกระโดดถีบโดยใช้หางช่วยพยุงตัว ทำให้มีแรงถีบมหาศาลและอันตรายมาก เนื่องจากเล็บเท้าของจิงโจ้แข็งแรงและมีความคมคล้ายใบมีด 

หากโดนจิงโจ้ถีบท้อง เล็บเท้าของมันจะจิกที่ผิวของคู่ต่อสู่และฉีกกระชากจนผิวหนังเปิด สร้างบาดแผลร้ายแรงและอาจมีความลึกพอที่จะทำลายอวัยวะภายในหรือทำให้อวัยวะภายในหลุดออกมาจากร่างกายได้

ที่มา : nypost.com

เครดิตภาพ : YouTube / A Current Affair