สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 12 ก.พ. ว่า สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐมีมติเสียงข้างมาก 219 ต่อ 211 เสียง โดยมีเสียงสนับสนุน 6 เสียง จากสมาชิกพรรครีพับลิกัน ปฏิเสธมาตรการเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากแคนาดา ตามแนวทางของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ


ทั้งนี้ สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐมีอำนาจตามรัฐธรรมนูญ ในการพิจารณามาตรการเพื่อยุติภาวะฉุกเฉินแห่งชาติที่ทรัมป์ประกาศเมื่อปีที่แล้ว เพื่อบังคับใช้ภาษีนำเข้าในวงกว้างจากนานาประเทศ


อย่างไรก็ดี การดำเนินการใดก็ตาม ที่มุ่งเป้าจะยกเลิกภาษีของทรัมป์ต่อแคนาดาและคู่ค้ารายอื่น ยังคงต้องผ่านการอนุมัติจากวุฒิสภาและการลงนามจากประธานาธิบดี ซึ่งต่อให้ผ่านวุฒิสภาไปได้ ก็ต้องเผชิญกับการใช้อำนาจวีโต้หรืออำนาจยับยั้งจากผู้นำสหรัฐอย่างแน่นอน และสภาคองเกรสก็ไม่น่าจะรวบรวมเสียงได้ถึง 2 ใน 3 เพื่อลงมติคัดค้านการวีโต้ได้


ขณะที่ทรัมป์โพสต์ข้อความบนทรูธ โซเชียล แสดงความไม่พอใจอย่างหนักว่า “สมาชิกพรรครีพับลิกันคนใด ทั้งในสภาผู้แทนผู้แทนราษฎร หรือวุฒิสภา ที่ลงมติคัดค้านการเก็บภาษีนำเข้าจากแคนาดา จะต้องได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงเมื่อถึงเวลาเลือกตั้ง” พร้อมทั้งยืนยันว่า “ภาษีนำเข้าทำให้สหรัฐมีความมั่นคงทางเศรษฐกิจและระดับชาติ และไม่มีสมาชิกพรรครีพับลิกันคนใดควรต้องรับผิดชอบต่อการทำลายเอกสิทธินี้”


อนึ่ง ทรัมป์ตั้งใจบังคับใช้ภาษีนำเข้า 35% สำหรับสินค้าแคนาดาหลายชนิด เมื่อปีที่แล้ว แต่ในที่สุดผู้นำสหรัฐให้อัตราภาษีที่ต่ำกว่าสำหรับการนำเข้าพลังงาน และสร้างข้อยกเว้นมากมายสำหรับสินค้าที่อยู่ภายในความคุ้มครองของข้อตกลงการค้าไตรภาคี “สหรัฐ-เม็กซิโก-แคนาดา” (ยูเอสเอ็มซีเอ)

แม้ภาษีเฉพาะส่วนโดยเฉพาะที่เกี่ยวกับรถยนต์ เหล็ก และอะลูมิเนียม จะส่งผลกระทบต่อแคนาดาอย่างหนัก แต่โดยรวมแล้ว การค้าระดับทวิภาคีมากกว่า 85% ยังคงปลอดภาษีภายใต้เงื่อนไขของยูเอสเอ็มซีเอ.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES