เมื่อวันที่ 12 ก.พ. นายสมคิด เชื้อคง อดีต สส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ. ที่ผ่านมา มีเกือบทั่วประเทศ ประชาชนในหลายพื้นที่พบความไม่โปร่งใสของการจัดการเลือกตั้งครั้งนี้ หลายจังหวัดมีการซื้อสิทธิขายเสียง โดยที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เลือกที่จะนิ่งเฉยกับการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง แม้จะมีหลักฐานมากมาย ชาวบ้านรู้ใครจ่ายเท่าไหร่ จ่ายให้ผู้สมัครคนไหน พรรคไหน แต่ กกต. และเจ้าหน้าที่ตำรวจกลับไม่สามารถดำเนินการจับกุมการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งได้ น่าสนใจว่าองค์กรที่มีหน้าที่กำกับดูแลการเลือกตั้ง ปล่อยให้การซื้อสิทธิขายเสียงเป็นเรื่องปกติของสังคมไทย ได้อย่างไร
นายสมคิด กล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมานักวิชาการหลายท่านประเมินกันว่าการเลือกตั้งที่ผ่านมาใช้เงินไม่น้อยกว่า 20,000 ล้านบาท ซึ่งเชื่อว่าน่าจะมากกว่านั้น เพราะจ่ายกันทุกพื้นที่ทุกจังหวัด นอกจากนี้การเลือกตั้งรอบนี้ไม่ต้องคุยกันที่นโยบายพรรคกันแล้ว ขึ้นอยู่กับว่าใครจ่ายมากกว่าก็ชนะไป ซึ่งเรื่องนี้ประชาชนต้องช่วยกันลุกขึ้นมาปกป้อง นอกจากนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำเป็นต้องตรวจสอบว่าเงินที่นำมาซื้อเสียงมีที่มาอย่างไร เป็นเงินถูกกฎหมายหรือไม่
“การทำงานของ กกต. ไม่เป็นไปตามภารกิจที่มีต้องรักษาเกียรติของ กกต. ที่ต้องทำหน้าที่ของตนเอง แต่ที่ผ่านมาพบว่าการกระทำของ กกต. กลับไปทำหน้าที่เป็นทนายหน้าหอของพรรคการเมืองบางพรรค ทำหน้าที่ไม่ต่างจากเลขาธิการพรรคการเมืองบางพรรค เพราะการเลือกตั้งที่ผ่านมาพบว่าหลายจังหวัดมีความผิดปกติ ผลที่ออกมาคือการจัดการเลือกตั้งล้มเหลว ประชาชนผิดหวังหมดศรัทธากับการทำงานของ กกต. เพราะไร้ซึ่งความยุติธรรม เชื่อว่า จากการจัดการเลือกตั้งที่ล้มเหลว อาจมีคนไปร้องศาลรัฐธรรมนูญ ดังนั้น กกต. รอรับหมายศาลได้เลย” นายสมคิด กล่าว



