
ภาคอสังหาริมทรัพย์ไทยเริ่มขยับเข้าสู่ยุคที่มาตรฐานสิ่งแวดล้อม กลายเป็นเงื่อนไขสำคัญของการพัฒนาโครงการ ล่าสุด แสนสิริได้รับสินเชื่อเพื่อสิ่งแวดล้อม (กรีนโลน) มูลค่า 4 พันล้านบาท สำหรับพัฒนา 3 โครงการคอนโด ถือเป็นผู้ประกอบการรายแรกของกสิกรไทยที่ผ่านเกณฑ์ประเมินตาม Thailand Taxonomy พร้อมระบบตรวจสอบระดับสากล สะท้อนทิศทางใหม่ของตลาดที่อยู่อาศัยซึ่งเริ่มให้ความสำคัญกับอาคารคาร์บอนต่ำ


โครงการที่ได้รับกรีนโลน ได้แก่ PTY Residence Sai 1, The Standard Residences Hua Hin และ WIDEN by Sansiri ซึ่งถูกพัฒนาเป็นต้นแบบอาคารคาร์บอนต่ำ โดยมีจุดเด่นคือการออกแบบระบบพลังงานและสุขาภิบาลใหม่ทั้งระบบ เพื่อให้ใช้น้ำและไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยประเมินว่าสามารถลดการใช้ทรัพยากรได้ประมาณ 25-35% ในระยะยาว
แนวคิดหลักๆ คือการออกแบบให้เหมาะกับสภาพอากาศจริงของไทย โครงการอาคารสูงอย่าง WIDEN และ PTY Residence ใช้โซลาร์เซลล์ในพื้นที่ส่วนกลาง ไฟพลังงานแสงอาทิตย์ พื้นที่สวนบนดาดฟ้าเพื่อลดความร้อน และวัสดุพื้นผิวที่ให้น้ำซึมผ่านได้เพื่อลดปัญหาน้ำท่วมขัง ขณะที่โครงการหัวหินเน้นเปิดรับลมธรรมชาติและใช้วัสดุที่ช่วยระบายความร้อน เพื่อลดการพึ่งพาพลังงานจากระบบไฟฟ้า
อีกจุดที่ชี้ถึงการยกระดับมาตรฐานคือการนำตัวชี้วัดความเข้มข้นการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อตารางเมตรมาใช้วัดผล และได้รับการรับรองโดย Bureau Veritas ซึ่งช่วยสร้างความเชื่อมั่นต่อสถาบันการเงินและนักลงทุนว่าผลลัพธ์ด้านสิ่งแวดล้อมสามารถตรวจสอบได้จริง
แนวทางด้านสิ่งแวดล้อมยังขยายไปถึงห่วงโซ่อุปทาน เช่น การเลือกใช้วัสดุคาร์บอนต่ำแล้วกว่า 65% การใช้เทคโนโลยีก่อสร้างสำเร็จรูปเพื่อลดเวลางานก่อสร้างลงประมาณ 3 เดือน และลดขยะจากไซต์งานได้ราว 15% พร้อมลดฝุ่นและการปล่อยคาร์บอนระหว่างก่อสร้าง
ทั้งนี้ ในระยะยาว โครงการที่ผ่านมาตรฐานสีเขียวมีแนวโน้มรักษามูลค่าทรัพย์สินได้ดีกว่า ขายหรือปล่อยเช่าได้เร็วกว่า ขณะที่ผู้อยู่อาศัยได้ประโยชน์จากค่าไฟและค่าน้ำที่ลดลง รวมถึงสภาพแวดล้อมการอยู่อาศัยที่ดีขึ้น



