เมื่อวันที่ 14 ก.พ. นายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน กล่าวถึงประเด็นในบัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ด ที่สามารถตรวจสอบต้นขั้วบัตรได้ ว่า เมื่อวันที่ 13 ก.พ. ที่ผ่านมา มีข้อสรุปที่ชัดเจนแล้ว ว่าบาร์โค้ดสามารถระบุตัวตนของผู้ใช้สิทธิได้ ในเชิงทฤษฎี เรื่องนี้ ถือเป็นเรื่องใหญ่ เพราะการลงคะแนนไม่ได้เป็นไปโดยลับตามหลักการที่สังคมเข้าใจ โดยประเด็นสำคัญ ไม่ได้อยู่ที่ว่าจะย้อนตรวจว่าใครกา อะไร ยากหรือง่าย แต่อยู่ที่ว่า มีใครเข้าถึงการระบุตัวตนในบัตรใบนั้นได้ เป็นการเปิดช่องโหว่ขนาดใหญ่ เปิดให้พรรคการเมืองเข้าถึงระบบไปเช็กข้อมูลว่าใครลงคะแนนอย่างไร เช่น การใช้อำนาจเงิน บังคับให้ผู้มาใช้สิทธิ จำเลขต้นขั้ว มาแจ้งหัวคะแนน ย้ำว่า ไม่ว่าจะเก็บไว้อย่างดีแค่ไหน หากเข้าถึงตัวเลขได้ ก็เสี่ยง หรือหากมี กปน. ทุจริต ถ่ายภาพบัตรต้นขั้วออกมาก็ทำได้ แม้ กกต. จะชี้แจงว่าทำเพื่อความปลอดภัย แต่การใส่บาร์โค้ด เปิดช่องขนาดใหญ่ ที่ทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตและเที่ยงธรรม และเป็นภัยกับผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ดังนั้น การมีบาร์โค้ดอยู่ในบัตรเลือกตั้ง อาจเป็นส่งผลต่อการเลือกตั้งครั้งต่อไปด้วย หากในอนาคตข้อมูลรั่วไหลออกไป จะทำให้รู้ว่า ประชาชนลงคะแนนให้พรรคไหนบ้าง และจะส่งผลต่อการเลือกตั้ง สร้างการได้เปรียบเสียเปรียบทางการเมือง
นายพริษฐ์ กล่าวอีกว่า พรรคประชาชน ยืนยันตรวจสอบ ไม่ใช่เพื่อการเปลี่ยนแปลงผลการเลือกตั้ง แต่ต้องการปกป้องเสียงของประชาชน ต้องการให้เจ้าหน้าที่ที่จงใจทุจริต ต้องรับผิดชอบทางกฎหมาย จึงได้มอบหมายให้ นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง รองหัวหน้าพรรคฝ่ายกฎหมาย รวบรวมข้อเท็จจริง ทำคำร้อง ยื่นฟ้องศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ดำเนินคดีกับ กกต. และเลขาฯ กกต. ตามมาตรา 157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่
ด้านนายกิตติชัย เตชะกุลวณิชย์ รองหัวหน้าพรรค และ ผอ.การเลือกตั้ง พรรคประชาชน กล่าวถึงภาพรวมของเรื่องร้องเรียนที่ผู้สมัคร สส. ของพรรค และประชาชนแจ้งเบาะแสเข้ามาเกี่ยวกับการเลือกตั้งครั้งนี้ โดยในส่วนผู้สมัคร สส. ของพรรค รับเรื่องร้องเรียนมาทั้งหมด 57 เรื่อง ฝ่ายกฎหมายได้ทำเรื่องไปยัง กกต. ขอให้มีการตรวจสอบแล้ว 37 เรื่อง ส่วนการร้องเรียนของประชาชนผ่านเว็บไซต์ report 69 ยอดทั้งหมดกว่า 4,000 เรื่อง ตรวจสอบแล้วพบว่ามีข้อมูลและข้อเท็จจริงที่จะไปสู่การร้องเรียนได้ 1,260 เรื่อง ฝ่ายกฎหมายได้ดำเนินการตรวจสอบ และส่งให้ผู้สมัคร สส. ของพรรคร้องคัดค้านการประกาศผลต่อไป

นายกิตติชัย กล่าวว่า หัวข้อสุดท้าย เป็นเรื่องร้องเรียนใหม่ที่สมุทรปราการ เขต 6 มีประชาชนส่งคลิปวิดีโอที่แสดงให้เห็นว่ามีการทิ้งอุปกรณ์ที่ใช้ในการจัดการเลือกตั้ง รวมถึงใบขีดคะแนน (ส.ส. 5/11) ที่บ่อขยะแห่งหนึ่งใน จ.สมุทรปราการ โดยเอกสารดังกล่าวระบุวันที่ 8 ก.พ. และระบุหน่วยเลือกตั้งด้วย จุดดังกล่าวไม่ใช่จุดรวมหีบหรือจุดยุบหีบเหมือนกรณีชลบุรีเขต 1 อย่างแน่นอน เพราะเห็นชัดเจนว่าเป็นบ่อขยะ และจุดรวมหีบของสมุทรปราการเขต 6 เองอยู่ห่างจากจุดของบ่อขยะนี้ถึง 8 กม. ดังนั้นสิ่งที่เกิดขึ้น ต้องมีใครคนใดคนหนึ่งนำมาทิ้งไว้ ซึ่งเรื่องนี้เราต้องขอให้ กกต. และ กกต.สมุทรปราการ เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและชี้แจงต่อพี่น้องประชาชนโดยเร็วว่าเกิดเรื่องเช่นนี้ได้อย่างไร โดยประชาชนที่ส่งหลักฐานเข้ามา ได้ลงบันทึกประจำวันกับสถานีตำรวจไว้แล้ว โดยในวันที่ 16 ก.พ. นายวีรภัทร คันธะ ผู้สมัคร สส.สมุทรปราการ เขต 6 พรรคประชาชน จะนำหลักฐานนี้ไปร้องต่อ กกต. ด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ พรรคประชาชนขอขอบคุณพี่น้องประชาชนที่แจ้งเบาะแสเข้ามา เราจะรวบรวมและดำเนินการในการร้องต่อ กกต. ต่อไป.



