นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยแผนการป้องกันตรวจสอบนอมินีปี 69 ว่า ปีนี้กรมมีเป้าหมายจะลงไปตรวจสอบ 117,496 บริษัท ที่มีคนต่างชาติร่วมลงทุนกับคนไทย โดยจะดำเนินการเชิงรุก ทั้งการนำเทคโนโลยีมาใช้คัดกรองนิติบุคคลกลุ่มเสี่ยง แล้วจะเข้าไปตรวจสอบแบบพุ่งเป้า รวมถึงสำนักงานบัญชีและสำนักงานทนายความทุกแห่ง ที่เอาตัวเองเข้าไปเป็นกรรมการหรือผู้ถือหุ้นร่วมกับชาวต่างชาติตั้งบริษัทในลักษณะนอมินี โดยไม่มีการร่วมลงทุนกันจริง ตลอดจนตรวจสอบนิติบุคคลที่ถือครองที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ โดยใช้คนไทยถือหุ้นแทน
เบื้องต้นกรมที่โฟกัสก่อนมี 21,459 บริษัท ซึ่งตรวจสอบบัญชีและงบการเงินของบริษัทกลุ่มเสี่ยงนอมินีว่ามีความผิดปกติอะไรหรือไม่ และส่งข้อมูลนิติบุคคลกลุ่มเสี่ยงให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ เช่น สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และกรมสรรพากร หากพบการกระทำความผิด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับตั้งแต่ 1 แสน ถึง 1 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ปัจจุบันมีบริษัทคงดำเนินกิจการอยู่ในไทย รวมทั้งสิ้น 778,457 ราย ในจำนวนนี้มีบริษัทที่มีชาวต่างชาติร่วมลงทุนกับคนไทย 121,096 บริษัท ซึ่งเป็นบริษัทที่มีชาวต่างชาติร่วมทุนไม่ถึง 50% คือ ตั้งแต่ 0.01-49.99% กว่า 117,496 บริษัท คิดเป็น 97% ของบริษัทที่มีคนต่างชาติร่วมลงทุน และในนี้มี 109,046 บริษัท ตั้งอยู่ใน 12 จังหวัดสำคัญ ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ชลบุรี สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต สมุทรปราการ เชียงใหม่ ปทุมธานี ประจวบคีรีขันธ์ นนทบุรี สมุทรสาคร ระยอง และกระบี่ อีก 8,450 บริษัทอยู่ในจังหวัดอื่น ๆ โดยธุรกิจที่จะโฟกัสเป็นพิเศษ ได้แก่ ธุรกิจท่องเที่ยว อสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น
นอกจากนี้ กรมฯส่งข้อมูลให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ตรวจสอบเส้นทางการเงิน 357 ราย ส่งข้อมูลให้กรมสรรพากร 3,634 ราย ส่งเรื่องนิติบุคคลเข้าข่ายกระทำผิด 11 ราย ให้ บก.ปอศ.ดำเนินคดีตามกฎหมาย และจัดงานมหกรรม รวมพลังปราบนอมินี บัญชีม้า เสริมภูมินักบัญชีไทย รู้ทันธุรกิจผิดกฎหมาย มีนักบัญชีเข้าร่วม 1,625 ราย
นายพูนพงษ์ กล่าวว่า การป้องกันบัญชีม้านิติบุคคล หลังจากที่ได้บังคับใช้มาตรการเข้ม 4 คำสั่ง 2 ประกาศ สำหรับการจดทะเบียนนิติบุคคล ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-15 ก.พ.69 พบมีการกระทำผิดเพียง 1 บริษัทเท่านั้น สะท้อนให้เห็นว่าการดำเนินการของกรมในส่วนการป้องกันบัญชีม้านิติบุคคลมาถูกทาง เพราะยอดจดนิติบุคคลใหม่แล้วนำไปทำบัญชีม้านิติบุคคลลดลงอย่างเห็นได้ชัด เพราะเทียบช่วง 9 เดือนแรกของปี 68 ตรวจพบบริษัทใหม่นำไปทำเป็นบัญชีม้านิติบุคคล 478 บริษัท
อย่างไรก็ตาม จากการเข้มงวดดังกล่าว ทำให้มิจฉาชีพหันไปใช้ช่องทางอื่น อาทิ การซื้อหัวบริษัท จากเจ้าของที่ไม่ประสงค์จะทำธุรกิจต่อแล้ว มาทำเป็นบริษัทม้าแทน ซึ่งกรมไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้จับตา เข้าไปกำกับดูแล และป้องกันแล้ว เพื่อปิดกั้นโอกาสที่มิจฉาชีพจะดำเนินการที่ไม่สุจริตผ่านช่องโหว่ที่มีอยู่ รวมไปถึงช่องโหว่อื่น ๆ ที่จะมีขึ้นในอนาคต



