เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 16 ก.พ. ที่โรงพยาบาลสุรินทร์ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมคณะ เดินทางลงพื้นที่เยี่ยมและติดตามอาการของ “พลทหารปริวัตร์ มีมานะ” อายุ 23 ปี สังกัดกองร้อยทหารราบที่ 132 (ร้อย.ร.132) หลังประสบเหตุเหยียบกับระเบิดบริเวณพื้นที่ชายแดน อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เมื่อวันที่ 11 ก.พ.ที่ผ่านมา ส่งผลให้ข้อเท้าซ้ายขาด และขาขวามีบาดแผลฉีกขาดขนาดใหญ่

บรรยากาศช่วงเที่ยง พล.ท.อดุลย์ ได้ขึ้นไปเยี่ยมพลทหารปริวัตร์ ซึ่งพักรักษาตัวอยู่ที่ห้องพิเศษ ชั้น 6 โดยมีครอบครัว โดยเฉพาะคุณพ่อ เฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด พร้อมกันนี้ได้มอบสิ่งของเพื่อเป็นขวัญกำลังใจ และพูดคุยให้กำลังใจทั้งตัวพลทหารและครอบครัว

ทั้งนี้ พลทหารปริวัตร์สามารถสื่อสารได้ ยืนยันว่าขณะนี้มีกำลังใจดี และขอบคุณหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่เข้ามาดูแล พร้อมระบุว่า หากอาการดีขึ้นจะเดินทางไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ในพื้นที่กรุงเทพฯ และตนเองก็พร้อมเข้ารับการรักษา

ภายหลังการเข้าเยี่ยม พล.ท.อดุลย์ ได้มอบอาร์มเครื่องหมาย “ยุทธบดินทร์ 68” และ “ยุทธการศตวรรษ” รวมถึงปฏิทินและสมุดโน้ต ก่อนเดินทางกลับ

ต่อมา ทีมข่าวสอบถามถึงจุดที่เกิดเหตุว่าอยู่ใกล้แนวชายแดนฝั่งกัมพูชาหรือไม่ พลทหารปริวัตร์ระบุว่า เป็นจุดที่เจ้าหน้าที่เคลียร์พื้นที่มานานแล้ว และไม่ได้เคลียร์เพียงครั้งเดียว แต่มีการเคลียร์ประมาณ 2-3 รอบ ก่อนที่ตนและทีมงานจะเข้าไปสร้างจุดดังกล่าว โดยในพื้นที่ไม่พบร่องรอยว่ามีการฝังระเบิดใหม่ อย่างไรก็ตาม จุดเกิดเหตุอยู่ไม่ไกลจากแนวชายแดนฝั่งกัมพูชา และมีการล้อมรั้วลวดหนามไว้

พลทหารปริวัตร์เชื่อว่า สาเหตุอาจเกิดจากตนเองยืนอยู่บริเวณดังกล่าวนาน หรือทำให้ระเบิดทำงาน

ขณะเดียวกัน ผู้บังคับบัญชาได้เก็บโทรศัพท์มือถือ รวมถึงล็อกเกตที่ระบุชื่อและหน่วยงานของพลทหาร ซึ่งเจ้าตัวทำหล่นไว้ในที่เกิดเหตุ ก่อนนำมาส่งคืนให้

ทั้งนี้ พลทหารปริวัตร์ยังเล่ากับทีมข่าวว่า ในวันเกิดเหตุคล้ายมีลางสังหรณ์ เนื่องจากได้ถอดสร้อยพระออกไว้ก่อนเกิดเหตุไม่นาน จึงมองว่าวันดังกล่าวอาจเป็นดวง เพราะปกติแล้วตนเองไม่ค่อยถอดสร้อยพระหรือสิ่งของที่แขวนอยู่บริเวณลำคอ แต่วันนั้นกลับถอดไว้ก่อนเกิดเหตุไม่นาน