เมื่อวันที่ 16 ก.พ. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ ทนายอั๋น บุรีรัมย์ ถือเทียนเข้ามาบริเวณด้านหน้าสำนักงาน กกต. เป็นการแสดงเชิงสัญลักษณ์ว่า กกต. ไม่มีความสว่างในข้อเท็จจริง และในสายตาประชาชนเป็นองค์กรที่มืดบอด สกปรก

นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า ขณะนี้ผ่านการเลือกตั้ง สส. มาแล้ว 8 วัน ถ้าเป็นมนุษย์เสียชีวิตไปแล้ว ร่างกายผิดรูปจำหน้าไม่ได้   ระบุตัวตนไม่ได้แล้ว วันนี้ กกต. ยังคงอึมครึมประกาศผลหน้าเว็บไซต์ยังคงค้างอยู่ที่ร้อยละ 95  เป็นคะแนนที่ตรวจสอบแล้ว  แต่ทำไมยังคงมีตัวเลขบัตรเขย่งอยู่ เหลืออีกร้อยละ 5 หรือราว 2.5 ล้านคะแนน อยู่ตรงไหน เป็นคะแนนที่เอาไปตกแต่งไกล่เกลี่ย เพิ่มเติมหรือไม่ กกต.ระบุว่า ระบบบาร์โค้ดที่ใช้ในการเลือกตั้งครั้งนี้เพื่ออำนวยความรวดเร็ว และความปลอดภัย ซึ่งวันลงคะแนน ประกาศผลจากหน้าหน่วยยิงตรงมายัง กกต.เลย แต่กลับต้องรอเวลาถึง 8 วัน หรือเซิร์ฟเวอร์ไม่ได้อยู่ที่ กกต. แต่อยู่ที่ซอยรางน้ำหรือไม่ ที่จริง วันนี้ยังไม่มีการประกาศผล พันธกิจพรรคการเมืองยังไม่สิ้นสุด แต่พรรคการเมืองไปจับมือกันแล้ว คนนั้นนั่งตรงนั้น ตรงนี้ สส.บ้านของตน บางคนจะไปนั่งเป็นประธานสภา ทุเรศจริงๆ เลย  

นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า ทั้งนี้ในวันที่ 17 ก.พ.นี้ ตนได้นัดหมายกับนางสาวนันทนา นันทวโรภาส สว. ไปยื่นเรื่องที่รัฐสภา เพื่อขอให้สว.รวมเสียง 20 เสียง เพื่อยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ ง่ายที่สุด เร็วที่สุด และเป็นการวัดใจ สว.อีกครั้งหนึ่ง และหากอยากให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ก็อาจจะไปร้องที่ศาลปกครองหรือช่องทางอื่นๆ แต่เป็นเรื่องยาก ส่งกลับไปกลับมา ใช้เวลา 5-6 เดือน อย่างไรก็ตาม ในวันเสาร์ที่ 21 ก.พ. นี้ เวลา 09.09 น. ตนและพรรคพวกจะไปยื่นคำร้องที่ศาลหลักเมือง ไปยื่นคำร้องต่อศาลหลักเมืองท่านคงไม่เลือกว่าคดีนี้อยู่ในเขตอำนาจของท่านหรือไม่ ตนจะไปจุดธูปแล้วท่านก็รับเป็นคดีเลย เพราะเห็นกันอยู่ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้สกปรก ไม่สุจริตเที่ยงธรรม

“วันนี้ผมมาทวงถาม กกต. ว่า เมื่อไหร่จะเปิดคะแนน 100% ตราบใดที่ยังไม่เปิดคะแนน 100% นักการเมืองก็หยุดไปจับมือกันได้แล้ว หากมีความละอายใจในฐานะที่เป็นสถาบันการเมือง สร้างขึ้นมาเพื่อยึดผลประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง ขอให้หยุดรอให้กกต.ประกาศผลก่อน” นายภัทรพงศ์ กล่าว

นายภัทรพงศ์ ยังกล่าวอีกว่า หากตนเองจำไม่ผิด มีคนมาขอดูเซิร์ฟเวอร์ของ กกต. แต่ กกต. กลับไม่กล้าโชว์ ไม่กล้ามาเปิด จึงตั้งข้อสังเกตว่า ฐานข้อมูลของ กกต. ที่ใช้ในการเลือกตั้ง ไม่ได้อยู่ที่ตึก กกต. แห่งนี้ อาจจะไปอยู่ที่ซอยรางน้ำหรือไม่

เมื่อถามย้ำว่าแสดงว่า กกต. ถูกครอบงำหรือไม่ นายภัทรพงศ์ ระบุว่า ตนก็ไม่ทราบ แต่ตั้งข้อสังเกตว่าอาจจะมีคนเข้าระบบของ กกต. ได้ นอกจาก กกต. หรือไม่ เพราะที่ผ่านมา กกต. ไม่เคยแสดงความโปร่งใส หรืออธิบายให้คลายสงสัยขั้นตอนให้เราเข้าใจ ตนมองว่า เซิร์ฟเวอร์เป็นปัญหา แต่ กกต. ไม่เคยเปิดเผยหรือแสดงให้เห็น เพื่อให้ประชาชนคลายข้อสงสัยเลย และการไม่ให้ประชาชนแบบตนเองเข้าไปสังเกตการณ์การแถลงข่าวยิ่งทำให้สถานที่แห่งนี้สกปรก และมืดมนในสายตาของประชาชน เมื่อถามย้ำว่า เจ้าของเซิร์ฟเวอร์คือใคร นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า ความจริงก็ต้องเป็นประชาชนที่เป็นเจ้าของเงินในการซื้อเซิร์ฟเวอร์ แต่วันนี้การควบคุมอาจไม่ใช่แค่ กกต. หรือไม่ อาจจะมีบุคคลภายนอก หรืออาจจะอยู่ซอยรางน้ำเลย  ตนเองได้ข่าวมาว่าวันนี้ผู้มีอำนาจสั่งให้ กกต. รีบรับรองผลการเลือกตั้ง จึงเป็นที่มาว่าวันที่ 26 ก.พ. วุฒิสภาจึงเปิดประชุมเพื่อคัดเลือกกรรมการ กกต. 2 คน มาดำรงตำแหน่งใหม่ และ 2 คนนี้ จะเป็นคนที่มาเซ็นใบอนุญาตให้ สส. ที่ผ่านการเลือกตั้งครั้งนี้ ที่เรามองว่าสกปรกที่สุด.