นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจาก และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ. บางจาก คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้าหมายที่จะมีรายได้เติบโตขึ้นอีก 1 เท่าตัวภายในปี73 ประมาณ 1 ล้านล้านบาท และ EBITDA ทะลุ 1 แสนล้านบาท โดยเน้นการปรับโครงสร้างองค์กรให้ครอบคลุมทั้งธุรกิจโรงกลั่น การตลาด และพลังงานชีวภาพภายใต้การบริหารจัดการที่คล่องตัวขึ้น นอกจากนี้ยังมีการให้ความสำคัญกับ ธุรกิจต้นน้ำและการเทรดดิ้ง ในต่างประเทศเพื่อเป็นกลไกขับเคลื่อนกำไรตัวใหม่ในอนาคต แม้จะเผชิญกับความผันผวนของราคาน้ำมันโลกโดยมีเป้าหมายรักษาอันดับความน่าเชื่อถือกรือเครดิตเรตติ้งไว้ที่ระดับเอบวก
ทั้งนี้ แนวทางการลงทุนที่ผ่านมาจึงเน้นขยายการลงทุนไปยังประเทศในกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น นอร์เวย์, ญี่ปุ่น, สหรัฐ, ฮ่องกง และสิงคโปร์ เหตุผลหลักคือประเทศเหล่านี้มีกรอบกฎหมายที่ชัดเจน มีระบบกฎหมายที่มั่นคง และมีทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพ โดยล่าสุด ประกาศเข้าซื้อธุรกิจเชฟรอนฮ่องกง สัดส่วน 100% ซึ่งขณะนี้อยู่ในกระบวนการตรวจสอบกิจการ และคาดว่ากระบวนการเข้าซื้อจะแล้วเสร็จช่วงไตรมาส3 ปี69 นี้ และหลังจากนั้นบริษัทจะเปลี่ยนชื่อเป็น บางจากฮ่องกง

สำหรับการเข้าซื้อเชฟรอนฮ่องกงครั้งนี้ ถือเป็นกลยุทธ์เชิงรุกในการใช้ฮ่องกงเป็น ศูนย์กลางการค้า และ ศูนย์กลางการขนส่ง เนื่องจากฮ่องกงมีระบบการค้าเสรี มีกฎหมายที่ชัดเจน และที่สำคัญคือค่าเงินดอลลาร์ฮ่องกงผูกกับดอลลาร์สหรัฐในเชิงธุรกิจ การทำธุรกรรมเป็นเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐจะช่วยให้บางจากสามารถ บริหารความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน ได้ดียิ่งขึ้น เนื่องจากราคาน้ำมันโลกอ้างอิงกับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐเป็นหลัก การมีฐานธุรกิจที่ทำการค้าเป็นดอลลาร์โดยตรงจะช่วยลดความผันผวนของต้นทุนและสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันในตลาดโลก
“การรุกเข้าสู่ธุรกิจการค้าน้ำมันโดยมีฐานในฮ่องกงเป็นตัวเสริมความแข็งแกร่งนั้น จะช่วยให้ขยายโครงข่ายการค้าให้เติบโตอย่างมั่นคง และช่วยให้เกิดการแสวงหาโอกาสในธุรกิจต้นน้ำ หรือการสำรวจและผลิตใหม่ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเครื่องยนต์ที่คาดว่าจะมีการลงทุนที่ชัดเจนในเร็วๆ นี้”
นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า กรณีการอายัดหุ้นของ “เบน สมิธ” ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นในส่วนของเอสโซ่เดิมนั้น เป็นปัญหาเฉพาะตัวของผู้ถือหุ้น และบริษัทได้แจ้งให้ผู้ร่วมลงทุนรับทราบข้อมูลตั้งแต่ต้นอย่างโปร่งใส
“เรื่องนี้เป็นเรื่องของผู้ถือหุ้น หุ้นถูกอายัดก็เหมือนแช่แข็งไว้ตามขั้นตอนกฎหมาย ไม่ได้กระทบการบริหารหรือผลประกอบการ”



