เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 18 ก.พ. 69 พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายก อบจ.ปทุมธานี นายชัยวัฒน์ อินทร์เลิศ ประธานสภา อบจ.ปทุมธานี นายสุริยะ ภิรมย์ พร้อมนายกองค์การบริหารส่วนตำบลลาดหลุมแก้ว ได้นำตัวนายนพรัตน์ จีนโต หรือแอล อายุ 30 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดพัทยาและศาลจังหวัดปทุมธานี พร้อมด้วยอาวุธปืนแบบออโตเมติกส์ 1 กระบอก มายังที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี เพื่อเข้ามอบตัวกับ พล.ต.ท.สุรพงษ์ ถนอมจิตร ผู้ช่วย ผบ.ตร.พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1. พล.ต.ต.พีรพล โชติกเสถียร ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี หลังก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงใส่รถเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้รับความเสียหาย โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมอาวุธครบมือคอยดูแลความปลอดภัย

พล.ต.ท.สุรพงษ์ กล่าวว่า ต้องขอบคุณ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายก อบจ.ปทุมธานี นายเอกวิทย์ มีเพียร ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ผู้นำท้องถิ่น ตลอดเวลา 2 วันที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้ติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหามาโดยตลอด โดยทางญาติก็กังวลใจอยากให้ทางผู้ต้องหาเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมายโดยเร็ว สำหรับตัวนายนพรัตน์ นั้น ได้มีปากเสียงกันกับภรรยาอยู่บนถนนในพื้นที่ จ.ชลบุรี จากนั้นเจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้าไปตักเตือนก่อนที่ผู้ต้องหาจะขับรถไล่ยิงเจ้าหน้าที่กู้ภัย ตำรวจ สภ.ห้วยใหญ่ จ.ชลบุรี ได้ออกออกหมายจับไว้ จากนั้นผู้ต้องหาได้หลบหนีกลับมาที่ อ.ลาดหลุมแก้ว และพบกับพ่อของภรรยาเพื่อให้ช่วยทางด้านคดีจนเกิดมีปากเสียงกันและนำตัวพ่อภรรยาติดรถยนต์ไปด้วย ระหว่างหลบหนีผู้ต้องหามีอาวุธปืนติดไปด้วย เมื่อทางพ่อภรรยามีโอกาสจึงหลบหนีออกมาได้ จึงมาแข้งความที่ สภ.ลาดหลุมแก้ว เพื่อให้ดำเนินคดี ตลอด 2 วันที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนได้ปฏิบัติการอย่างเต็มที่เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนชาวลาดหลุมแก้ว รวมทั้งสถาบันการศึกษา กระทั่งในวันนี้ นายกอบจ.ปทุมธานี ได้ขอกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ 1 ชุดปฎิบัติการเพื่อร่วมปฏิบัติในการนำตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดีทางกฎหมาย

พล.ต.ท.คำรณวิทย์ เปิดเผยว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่พี่น้องสื่อมวลชนให้ความสนใจ รวมทั้งผู้ปกครองที่มีลูกหลานคนปทุมธานี โทรมาหาตนเป็นจำนวนมากเพราะกลัวเรื่องความปลอดภัย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้สถาบันการศึกษาหลายแห่งต้องปิดการเรียนการสอน เพื่อป้องกันความปลอดภัย ตนได้ประสานส่วนเกี่ยวข้องไปคุยกับพ่อแม่ของผู้ต้องหา ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนรู้ดีว่าครอบครัวนี้ไม่ใช่โจรผู้ร้ายโหดเหี้ยมตามที่เป็นข่าว เป็นคนทำมาหากิน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจึงต้องทำให้มันจบ และต้องขอบคุณผู้ต้องหาที่มีความไว้วางใจติดต่อมาที่เพื่อที่จะให้พาเข้ามอบตัว ตนก็บอกไปว่ายินดีขอให้ครอบครัวสบายใจได้ว่าจะไม่มีกสนทำร้ายหรือใส่ความใดๆ ทั้งสิ้น และผู้ต้องหาก็ให้ความร่วมมืออย่างดี ตนเป็นผู้ไปรับตัวเองที่วัดสะพานสูง จ.นนทบุรี เพื่อพาตัวกลับมาสอบปากคำดำเนินคดีพร้อมอาวุธปืน

พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1. กล่าวว่า หลังจากมอบตัวแล้วทาง สภ.ลาดหลุมแก้ว ได้อ่านหมายจับ ในข้อหา “มีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันควร , ช่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใดหรือจำยอมต่อสิ่งใดโดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นเองหรือของผู้อื่น หรือโดยมีอาวุธและใช้กำลังประทุษร้ายฯ,หน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่น หรือกระทำด้วยประการใคให้ผู้อื่นปราศจากเสร็ภาพในร่างกาย , เข้าไปในอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่นในเวลากลางคืนเพื่อถือการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ หรือเข้าไปกระทำการใดๆ อันเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของเขาโดยปกติสุข” ส่วนหมายจับทาง สภ.ห้วยใหญ่ จ.ชลบุรี จะได้มีการประสานงานเพื่ออายัติตัวดำเนินคดีทางกฎหมายต่อไป

นายนพรัตน์ หรือ “แอล” ผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพว่า สาเหตุที่ตัดสินใจเข้ามอบตัว เนื่องจากเห็นว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อเด็กนักเรียนหลายโรงเรียน รวมถึงบุตรและหลานของตนเอง จึงเห็นว่าควรเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมโดยเร็ว

อย่างไรก็ตาม ที่ยังไม่เข้ามอบตัวตั้งแต่แรก เนื่องจากรู้สึกไม่สบายใจและกังวลเรื่องความปลอดภัย ไม่มั่นใจในสถานการณ์ จึงได้ประสานไปยัง พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี เพื่อขอให้ช่วยประสานการเข้ามอบตัว โดยเห็นว่าเป็นบุคคลในพื้นที่เดียวกันและสามารถให้ความมั่นใจได้

ผู้ต้องหายืนยันว่า ไม่มีเจตนาจะเข้าไปก่อเหตุในสถานศึกษา ตามที่มีกระแสข่าว เนื่องจากตนเองก็มีบุตรหลานกำลังศึกษาอยู่ พร้อมระบุว่าสาเหตุของเหตุการณ์ทั้งหมดเกิดจากความหึงหวงภรรยา ซึ่งมีปากเสียงกันต่อเนื่องมากว่าครึ่งเดือน ในวันเกิดเหตุ ขณะมีปากเสียงกันอยู่บนท้องถนน เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้เข้ามาสอบถามด้วยความหวังดี แต่เข้าใจว่าภรรยาได้ส่งข้อความขอความช่วยเหลือผ่านสื่อสังคมออนไลน์ จึงเกิดความโมโหและตัดสินใจก่อเหตุยิงใส่รถกู้ภัย

ผู้ต้องหากล่าวขอโทษสังคมที่ทำให้เกิดความตื่นตระหนกและส่งผลให้โรงเรียนหลายแห่งต้องหยุดการเรียนการสอน พร้อมยอมรับว่าบิดามารดาเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สำหรับอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ เป็นปืนที่มีทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย ซื้อมาเมื่อประมาณ 2–3 ปีก่อน โดยใช้เงินจากการจำหน่ายใบกระท่อม และเคยไปฝึกยิงที่สนามยิงปืนเป็นครั้งคราว

ทั้งนี้ ผู้ต้องหายังให้การพาดพิงภรรยา โดยอ้างว่า ในช่วงเกิดเหตุแม้ภรรยาจะห้ามปรามไม่ให้ยิง แต่เป็นผู้ส่งแม็กกาซีน และใส่กระสุนให้

ขณะเดียวกัน นายนพรัตน์ จีนโต หรือแอล ได้เข้าโอบกอดมารดา พร้อมหอมแก้ม ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะอ่านหมายจับเพื่อจับกุมตัวกลับไปดำเนินคดีที่ สภ.ลาดหลุมแก้ว.