ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเผยแนวโน้มตลาดรถแท็กซี่ในไทยเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะในปี 2569 ที่จะเห็นการเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV) ทั้งในด้านยอดจดทะเบียนใหม่และสัดส่วนครองตลาด โดยมีปัจจัยหนุนจากความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานและต้นทุนการดำเนินงานที่ลดลง
BEV ครองเกือบทั้งตลาด
สัญญาณการเปลี่ยนผ่านเห็นได้ชัดตั้งแต่ต้นปี 2569 เมื่อการจดทะเบียนแท็กซี่ใหม่ในเดือนมกราคมพบว่า รถแท็กซี่ BEV มีสัดส่วนสูงถึง 97% เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจาก 75% ในปี 2568 สะท้อนว่าผู้ประกอบการและผู้ขับขี่กำลังเร่งเปลี่ยนผ่านสู่รถไฟฟ้าอย่างจริงจัง
เมื่อมองภาพรวมทั้งปี ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า การจดทะเบียนแท็กซี่ BEV จะเติบโตถึง 46% เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่แท็กซี่พลังงานรูปแบบอื่นมีแนวโน้มลดลง 41% ส่งผลให้ส่วนแบ่งตลาดของแท็กซี่ BEV ตลอดปี 2569 มีโอกาสขยับขึ้นแตะระดับ 88% ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนโครงสร้างตลาดครั้งใหญ่ในระยะเวลาไม่กี่ปี
ย้อนดูการเปลี่ยนผ่านจาก LPG สู่ไฟฟ้าเต็มตัว

หากพิจารณาแนวโน้มย้อนหลัง จะเห็นว่าภายในช่วงปี 2565-2569 สัดส่วนแท็กซี่ที่ใช้พลังงาน LPG ซึ่งเคยครองตลาดสูงสุด ลดลงต่อเนื่อง ขณะที่ BEV เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จากเพียง 8% ในปี 2565 เพิ่มเป็น 22% ในปี 2566 และพุ่งขึ้นเป็น 57% ในปี 2567 ก่อนจะขยับตัวเป็น 75% ในปี 2568 และทะยานสู่ 97% ในต้นปี 2569
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า ตลาดแท็กซี่กำลังเปลี่ยนโครงสร้างอุตสาหกรรมขนส่งสาธารณะไทยอย่างรวดเร็ว จากเชื้อเพลิงฟอสซิลสู่ระบบไฟฟ้าแทบทั้งหมดภายในเวลาไม่กี่ปี
เหตุผลที่แท็กซี่ไฟฟ้า ‘คุ้มกว่าเดิม’
การเติบโตของแท็กซี่ BEV มีแรงหนุนด้วยกัน 2 ด้าน โดยด้านแรกคือจำนวนสถานีชาร์จไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น 22% ณ สิ้นปี 2568 ทำให้การหาจุดชาร์จสะดวกขึ้น ความกังวลเรื่องระยะทางลดลง และการทำงานของแท็กซี่ไฟฟ้ามีความต่อเนื่องมากขึ้น
ส่วนอีกด้านคือค่าไฟชาร์จรถที่ลดลง 6.5% ในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2569 และยังไม่มีแนวโน้มที่จะปรับขึ้น ต้นทุนการใช้งานจึงถูกลงอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ระยะเวลาคืนทุนสั้นลงและจูงใจให้ผู้ขับเปลี่ยนมาใช้รถไฟฟ้ามากขึ้น
จากทางเลือกใหม่ สู่มาตรฐานตลาด
เมื่อโครงสร้างพื้นฐานพร้อม ต้นทุนลดลง และยอดจดทะเบียนเติบโตต่อเนื่องแท็กซี่ BEV จึงไม่ใช่เพียงทางเลือกใหม่ แต่กำลังกลายเป็นมาตรฐานหลักของอุตสาหกรรมแท็กซี่ไทยปี 2569 จึงอาจเป็นหมุดหมายที่สะท้อนว่ารถยนต์ไฟฟ้ากำลังกลายเป็นตัวเลือกหลักของตลาดแท็กซี่ไทย และมีแนวโน้มที่จะเติบโตต่อเนื่องในระยะถัดไป ทั้งในมิติของการแข่งขัน ต้นทุน และทิศทางพลังงานของระบบขนส่งสาธารณะในประเทศ



