เมื่อวันที่ 19 ก.พ. ที่กระทรวงสาธารณสุข นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมหารือร่วมกับ นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และ นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ถึงการจัดสรรงบประมาณหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทองหรือ 30 บาท) ให้แก่หน่วยบริการในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ว่า สปสช. จะโอนเงินล่วงหน้าประมาณ 11,000 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือสภาพคล่องให้แก่โรงพยาบาลทั่วประเทศ ให้สามารถปฏิบัติงานต่างๆ ได้อย่างราบรื่น หลังมีการประสานงานกันอย่างใกล้ชิด 3-4 เดือนที่ผ่านมา ทั้งตน ปลัด สธ. และเลขาธิการ สปสช. รวมถึงระดับผู้ปฏิบัติงาน ส่วนเรื่องงบฯ ผู้ป่วยใน ขอยืนยันกับ รพ. ทั่วประเทศว่า ยังอยู่ที่ 8,350 บาทต่อ AdjRW และหักเงินเดือนออกแล้วจะอยู่ที่ 3,505 บาท การแยกให้เห็นตัวเลขเป็น 2 ชั้น จริงๆ เป็นตัวเลขเดียวกัน แต่รายงานกันคนละบรรทัด
ถามว่ามีข้อมูลไตรมาสแรกออกมาเงินบำรุงโรงพยาบาลเหลือน้อยลง มั่นใจได้หรือไม่ว่าการจัดสรรนี้จะเพียงพอ นายพัฒนา กล่าวว่า มั่นใจได้ เรายืนยันว่าเงินในการประกอบการรักษาพยาบาลจะเพียงพอ แต่บางช่วงก็ต้องเข้าใจว่า กระแสเงินสดอาจมีความตึงตัวบ้าง ทั้งนี้งบฯ หรือเงินที่โรงพยาบาลแต่ละไตรมาสก็จะมีตัวเลขขึ้นๆ ลงๆ ตนก็เป็นห่วง ก็รักษาตัวเลขไม่ให้มีปัญหาติดลบมากจนเกินไป กระแสเงินเป็นออกซิเจนในการทำงาน การโอนไปอีก 11,000 ล้าน จะทำให้ รพ. ไม่ติดลบ ยังทำงานต่อไปได้
นพ.จเด็จ กล่าวว่า งบฯ 11,000 ล้านบาทนั้น มีการโอนลงไปวันนี้ และไม่เกินสิ้นเดือนนี้ จะโอนเพิ่มอีก 14,000 ล้านบาท รวม 2 ก้อนเป็น 25,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินผู้ป่วยนอก สร้างเสริมสุขภาพป้องกันโรค และเงินกันที่กระทรวงกันเอาไว้จำนวนหนึ่งเพื่อช่วยเหลือสภาพคล่อง โดยปีนี้กระทรวงใช้เงินนี้โอนไปตั้งแต่ต้นปีล่วงหน้าโดยได้ขออนุมัติจากบอร์ด สปสช. แล้ว
เมื่อถามว่าปลายปีจะไม่มีปัญหาอีกใช่หรือไม่ นพ.จเด็จ กล่าวว่า อย่าพูดว่าไม่มีปัญหา เพราะขึ้นกับจำนวนผลงานที่เกิดขึ้นด้วย ถ้ามีผลงานเกินกว่าเป้าหมาย งบประมาณก็จะไม่พอ ถ้าไม่เกินเป้าหมายงบประมาณก็จะพอ การไปบอกก่อนก็ไม่ดี เราทำนายอนาคตไม่ได้ว่าผลงานเป็นอย่างไร เราก็พยายามควบคุม อะไรไม่จำเป็นก็ไม่ควรทำ อะไรที่จำเป็นก็ทำตามนโยบาย.



