สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 20 ก.พ. ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวถึงสถานการณ์เกี่ยวกับอิหร่าน ว่าช่วงระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา เป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า การทำข้อตกลงที่มีความหมายกับอิหร่าน “ไม่ใช่เรื่องง่าย” ดังนั้น ข้อตกลงที่มีความหมาย “จึงเป็นสิ่งจำเป็น” เพื่อป้องกัน “ไม่ให้เรื่องเลวร้ายเกิดขึ้น”


ทรัมป์กล่าวด้วยว่า สหรัฐ “อาจต้องดำเนินการขั้นเด็ดขาดกว่าเดิม” หากไม่มีข้อตกลงใดเกิดขึ้น พร้อมเสริมว่า “ทุกฝ่ายจะได้เห็นกันในช่วงเวลาประมาณ 10 วันต่อจากนี้”


ก่อนหน้านั้นไม่นาน นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ผู้นำอิสราเอล ออกมาเตือนอิหร่านเช่นกัน ว่าหากอีกฝ่าย “เลือกทางเดินที่ผิดพลาดและโจมตีอิสราเอล จะได้รับการโต้ตอบในแบบที่คาดไม่ถึงเช่นกัน”


ทั้งนี้ สหรัฐและอิหร่านเพิ่งเสร็จสิ้นการเจรจารอบที่สอง ซึ่งเกิดขึ้นในเดือนนี้ ที่โอมาน และเมืองเจนีวาของสวิตเซอร์แลนด์ โดยมีรัฐบาลโอมานทำหน้าที่เป็นคนกลางทั้งสองครั้ง แต่ยังไม่มีความคืบหน้าเป็นรูปธรรมมากนัก แม้ทั้งสองประเทศเห็นพ้องจัดการหารือร่วมกันอีกในอนาคต


ขณะที่นางแคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว กล่าวว่า “อิหร่านควรฉลาดพอที่จะยอมทำข้อตกลงกับสหรัฐ” ท่ามกลางรายงานของสื่อมวลชนหลายแห่งในสหรัฐ ว่ากองทัพของประเทศอยู่ในสถานะพร้อมที่จะเปิดฉากโจมตีอิหร่าน “อย่างเร็วที่สุดภายในสุดสัปดาห์นี้” แต่ทรัมป์ยังไม่ได้ตัดสินใจขั้นสุดท้าย


ด้านอิหร่านยังคงยืนยัน “สิทธิและความชอบธรรม” ในการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม และการเจรจากับสหรัฐ ควรจำกัดกรอบไว้ที่เฉพาะเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์เท่านั้น หลังรัฐบาลวอชิงตันยังคงยืนกราน ให้มีการหารือในมิติอื่นของความมั่นคงด้วย.

เครดิตภาพ : AFP