เมื่อวันที่ 20 ก.พ. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ “กรรมกรข่าว คุยนอกจอ” ถึงปัญหาการจัดการเลือกตั้ง ว่า ขอเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อำนวยความสะดวกให้ประชาชน ในการตรวจสอบกระบวนการเลือกตั้ง หลังจากที่มีปัญหากรณีของบัตรเขย่ง หรือการรายงานผลคะแนนเลือกตั้งที่ไม่ตรงกันกับผลรวมคะแนน ผ่านการนำใบขีดคะแนนที่ปรากฏในหน่วยเลือกตั้งในวันเลือกตั้งอัปโหลดคู่กับใบรวมคะแนนผ่านทางเว็บไซต์ เพื่อให้ประชาชนตรวจสอบว่าผลคะแนนตรงกันหรือไม่ อย่างไรก็ตามยอมรับว่าพรรคประชาธิปัตย์ได้ตั้งคณะทำงานเพื่อตรวจสอบประเด็นนี้ด้วย ซึ่งพบปัญหาในพื้นที่เลือกตั้งเขต 3 จ.สงขลา ที่พบผลต่างของบัตรเลือกตั้งแบบเขต และแบบบัญชีรายชื่อที่ต่างกัน 13,000 บัตร โดยผู้สมัคร สส. ของพรรคได้ทำเรื่องถึง กกต. และได้รับคำชี้แจงทางโทรศัพท์ว่าไม่มีปัญหา เพราะเมื่อรวมคะแนนแล้วเท่ากัน แต่ขณะนี้ยังรอหนังสือชี้แจงอย่างเป็นทางการ

นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ตนรับทราบจากคนของพรรคประชาธิปัตย์ ว่า การเลือกตั้งใน กทม. พบว่า คะแนนที่ผู้สมัครได้รับ ได้ 71 คะแนน แต่ใบรวมคะแนนเขียนให้ 1 คะแนน ตนคิดในแง่ดีว่าอาจเขียนเลขตกไป แต่เมื่อตรวจสอบพบว่า 70 คะแนนของพรรคที่หายไป กลับไปบวกในบัตรเสีย กับบัตรไม่ลงคะแนน

“ถ้า กกต. มั่นใจว่าทุกอย่างทำโปร่งใส ขอให้เปิดเผยใบขีดคะแนนด้วย หากไม่ทำจะมีคำถาม มีเสียงวิจารณ์ว่า กกต. ปกปิดอะไร หากยืนยันว่าไม่ผิด ต้องเปิดเผยได้ และหากไม่เปิดเผย ผมกังวลว่าอาจลุกลาม และนำไปสู่จุดที่น่ากลัวที่สุด คือ หากสะสมความรู้สึกไม่ดี ในที่สุดคนไม่ยอมรับในระบบ และนำไปสู่อะไรที่ไม่พึงประสงค์ ดังนั้น กกต. ต้องตระหนักในความสำคัญและความรับผิดชอบของตัวเอง ควรแสดงท่าทีและเจตนาให้อำนวยความสะดวกในการตรวจสอบ หากไม่ผิดคนจะเข้าข้าง หากพบว่าเปิดใบขีดคะแนน ตรงกับใบรวมคะแนน หรือพบผิดพลาดแต่เล็กน้อย จะทำให้คนหันมาเข้าข้าง กกต.” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

เมื่อถามถึงกรณีการลงคะแนนที่วิจารณ์ว่าไม่เป็นความลับ เพราะมีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การลงคะแนนลับ เป็นหลักประกันเรื่องสิทธิเสรีภาพของประชาชนที่ใช้สิทธิ โดยไม่ตกอยู่ภายใต้อาณัติหรือความกลัว ที่พูดกันว่าลับเฉพาะตอนกาได้หรือไม่ หากพิจารณากฎหมายเลือกตั้งมีหลายมาตราระบุข้อห้ามผู้ใดทำสัญลักษณ์ เครื่องหมายพิเศษใดๆ บนบัตรเลือกตั้ง เพราะจะทำให้ล่วงรู้การลงคะแนน ดังนั้นหากจะให้เป็นความลับ เฉพาะตอนลงคะแนน จะมีบทบัญญัติดังกล่าวไว้ทำไม ขณะเดียวกัน ในเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ มาตรา 85 เขียนไว้ว่า คำว่า “ลับ” คือ ต้องไม่มีผู้ใดที่อาจทราบหรือตรวจสอบได้ว่าลงคะแนนให้ผู้ใด ซึ่งกรณีบาร์โค้ดทำให้ตรวจสอบและรู้ได้ โดยคำว่าอาจทราบหรือตรวจสอบได้ ไม่ต้องรอให้เกิดการพิสูจน์

เมื่อถามว่าเป็นขี้แพ้ชวนตีหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนไม่อยากให้มีการเลือกตั้งใหม่ และไม่ได้คิดว่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงให้พรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคใหญ่ แต่ตนรู้สึกว่าหากปล่อยให้การลงคะแนนไม่เป็นความลับ จะกลายเป็นการสร้างบรรทัดฐาน จะเป็นอันตราย เพราะจะทำให้ฝ่ายการเมือง ผู้มีอำนาจรัฐล่วงรู้ถึงการลงคะแนนเลือกตั้งของประชาชน ดังนั้นสิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์ต้องยืนยันว่าไม่สามารถยอมรับกับมาตรฐานการเลือกตั้งที่ไม่เป็นความลับได้

“หลักของประชาธิปไตยที่กำหนดให้ต้องเป็นการลงคะแนนลับ เพราะกลัวผู้มีอำนาจล่วงรู้ ในทางการเมือง พรรคการเมืองที่เป็นรัฐบาลได้ข้อมูลไป มีพรรคการเมืองไหนบ้างที่ไม่อยากได้ข้อมูลที่ทำให้รู้ว่าใครเลือกใคร เพราะจะได้เปรียบ เสียเปรียบมหาศาล รวมถึงหากเจ้าหน้าที่รัฐรู้ว่าไม่ใช่พวก อาจกลั่นแกล้งได้ ดังนั้นตามหลักสากลต้องเป็นการลงคะแนนลับ” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ส่วนจะนำไปสู่การเลือกตั้งโมฆะหรือไม่ เป็นอำนาจของศาลต่างๆ ที่จะวินิจฉัย และเมื่อพิจารณาข้อกฎหมายแล้วไม่ง่าย เพราะต้องยื่นเรื่องให้ถูกช่อง ทั้งนี้พรรคประชาธิปัตย์อยู่ระหว่างการประมวลคำร้องของผู้ที่ยื่นต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อนำส่งศาลรัฐธรรมนูญ ทั้ง 28 คำร้อง หากพบว่าคำร้องไหนไปได้ หรือยื่นถูกช่อง จะไม่ยื่นซ้ำเพื่อทำให้เรื่องช้า เบื้องต้นที่ตรวจสอบแล้ว คำร้องที่ยื่นผู้ตรวจการแผ่นดินที่มีปัญหาน้อย คือประเด็นที่ระบุถึงการที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งถูกละเมิดสิทธิตามรัฐธรรมนูญว่าด้วยการลงคะแนนไม่ลับ 

เมื่อถามย้ำว่ามองว่าการล้มเลือกตั้งรอบนี้ไม่ง่ายใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ใช่ ไม่ง่าย อีกทั้งหากศาลได้ตัดสินแล้ว บอกว่าผิด อาจไม่ชัดเจนอีกว่าจะทำแบบไหนต่อ หรือหากบอกว่าผิด และคำร้องที่ กกต. ไม่สมควรทำหน้าที่ต่อ การลงคะแนน หรือเลือกตั้งใหม่จะทำอย่างไร แม้ว่าตามกฎหมายบอกว่าศาลสามารถตั้งคนทำหน้าที่ได้ ปัญหาคือพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งฉบับเดิมทำได้หรือไม่

เมื่อถามว่ากระบวนการเลือกตั้งที่มีปัญหาเป็นเพราะการทุจริตหรือความผิดพลาดทางเทคนิค หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ส่วนตัวมองว่ามีความผิดปกติจำนวนมาก ดังนั้น กกต. ต้องรีบอำนวยความสะดวกให้ประชาชนได้ตรวจสอบ หากผิดพลาดเล็กน้อยเชื่อว่าไม่มีใครติดใจ แต่หากผิดพลาดเป็นพัน เป็นหมื่นคะแนน ตนตอบยาก

ต่อข้อถามถึงการส่งตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์เป็นผู้สังเกตการณ์เลือกตั้งเพื่อตรวจสอบการนับคะแนน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า พรรคทำไม่ได้ เพราะตามกฎหมายกำหนดให้ต้องคิดเป็นค่าใช้จ่ายเลือกตั้ง หากคำนวณเป็นเงิน คือ มีหน่วยเลือกตั้ง 100,000 หน่วย ต้องคิดค่าใช้จ่ายคนละ 500 บาท ซึ่งจะรวมเป็นเงิน 50 ล้านบาท ขณะที่ค่าใช้จ่ายเลือกตั้งของพรรค ส่วนบัญชีรายชื่อมีเพียง 44 ล้านบาท ต่อให้หาอาสาสมัครทำงานให้ฟรี แต่เมื่อบอกว่าต้องแจ้งเป็นค่าใช้จ่าย แล้วจะให้ทำฟรีไม่ได้