เมื่อวันที่ 24 ก.พ. ทนายรัชพล ศิริสาคร ได้โพสต์ข้อความระบุว่า ไขข้อข้องใจ ศาลสั่งคืนทรัพย์สินทนายษิทรา เบี้ยบังเกิด

ทำไมอัยการยื่นคำร้อง?

จากการตรวจสอบเบื้องต้น เป็นไปตามกฎหมาย พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 โดยในมาตรา 49 มีหลักว่า กรณีที่ปรากฏหลักฐานเป็นที่ “เชื่อ” ได้ว่า ทรัพย์สินใดเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด ให้เลขาธิการส่งเรื่องให้อัยการพิจารณายื่นคำร้องต่อศาลให้มีคำสั่งให้ทรัพย์สินนั้นตกเป็นของแผ่นดินโดยเร็ว อัยการเลยต้องยื่นคำร้องตามมาตรา 49

ข้อสังเกตก็คือ เรื่องทรัพย์สินตามกฎหมาย ปปง. ไม่ต้องรอคดีอาญาตัดสิน แต่ถ้าเชื่อว่าทรัพย์สินที่ยึดมานั้้น เป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด  เพียงแค่นี้อัยการก็ยื่นคำร้องต่อศาลให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินได้แล้ว

ทำไมศาลสั่งคืนทรัพย์สิน?

ตามมาตรา 51/1 กรณีที่ศาลเห็นว่าทรัพย์สินตามคำร้องไม่เป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด ให้ศาลสั่งคืนทรัพย์สินนั้น

ตามมาตรา 51/1 จะเห็นได้ว่า ถ้าศาลไม่เห็นด้วย สั่งได้อย่างเดียวคือสั่งคืนทรัพย์สิน จะสั่งอย่างอื่นไม่ได้ เลยเป็นที่มาว่าทำไมต้องสั่งคืนทรัพย์สิน ประเด็นมันอยู่ตรงนี้ไง

ทำไมต้องฟ้องศาลแพ่ง?

มาตรา 59 การดำเนินการทางศาลนี้ ให้ยื่นต่อศาลแพ่ง การฟ้องศาลแพ่งเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดไว้

ความเห็นส่วนตัว เรื่องทรัพย์สินนี้ ไม่ได้มีผลกับคดีอาญา เพราะเคสนี้แค่เถียงกันว่า ทรัพย์สินที่ยึดมาเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดหรือไม่ และเป็นมาตรการทางแพ่ง ยังไม่ได้สืบพยานกันเข้มข้นเลย ส่วนทนายตั้มจะมีความผิดอาญาหรือไม่ หรือต้องคืนทรัพย์สินอะไรบ้างให้พี่อ้อยหรือไม่ ตามกฎหมายคือต้องรอคดีอาญาตัดสินก่อน เพราะเรื่องการคืนทรัพย์สินต้องดูคดีอาญาเป็นหลักครับ