สภาพอากาศประเทศไทยรวมทั้งกรุงเทพมหานครในตอนนี้ กำลังเป็นวิกฤติของผู้ชื่นชอบการออกกำลังกายแบบซูเปอร์คอมโบ ไม่ว่าจะเป็นฝุ่น PM 2.5 ที่ยังไม่หมดสิ้นไปเสียที และถูกซ้ำเติมด้วยอากาศที่กำลังร้อนอบอ้าวอย่างมาก
เฟสบุ๊คอย่างเป็นทางการของกรุงเทพมหานครรายงานคุณภาพอากาศเมื่อวันที่ 25 ก.พ. ระบุว่าเวลา 07.00 น. ตรวจวัดค่าฝุ่นละออง PM2.5 ได้ในช่วง 17.3-36.7 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) ค่า PM2.5 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกสถานีที่มีการตรวจวัด
กระนั้นดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) ระบุว่าพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นสีเหลือง ให้คำแนะนำว่า กลุ่มที่อ่อนไหวควรลดการออกกำลังกายนอกบ้าน, ปิดหน้าต่างของคุณเพื่อหลีกเลี่ยงอากาศภายนอกบ้านที่สกปรก, กลุ่มที่อ่อนไหวควรสวมหน้ากากภายนอกบ้าน และ กลุ่มที่แพ้ง่ายควรเริ่มใช้เครื่องฟอกอากาศ

คำถามสำคัญคือเราจะออกกำลังกายหรือไม่ หรือออกกำลังกายอย่างไรท่ามกลาง “อากาศร้อนจัด” และ “ฝุ่น PM 2.5” ?
เว็บไซต์ AQI ระบุว่าหากคุณภาพอากาศเกิน 37.5 ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายนอกบ้าน และหากเกิน 75 ควรหลีกเลี่ยงทุกกิจกรรมนอกบ้าน
ในขณะที่ดัชนีคุณภาพอากาศกรุงเทพ เวลา 09.00 น. ของวันที่ 25 ก.พ. อยู่ที่ 84 ไมโครกรัมต่อลูกบาสก์เมตร นั่นหมายความว่า อย่าว่าแต่ออกกำลังกายเลย แค่ออกนอกบ้านก็ไม่ดีต่อสุขภาพแล้ว ยิ่งถ้าผนวกอากาศร้อนเข้าไปอีก อาจถึงขึ้นเป็นฮีทโตรกหรือระบบทางเดินหายใจอักเสบ

แต่ถ้าทนไม่ไหวจริงๆ นี่คือกลยุทธ์การออกกำลังกายให้รอดในสภาวะนี้
- ตรวจสอบค่าฝุ่นและอุณหภูมิให้แน่ใจ
ถ้าคนอยู่คอนโดมิเนียม แค่เปิดหน้าต่างออกไปก็พอมองเห็นแล้วว่าท้องฟ้าแจ่มใสหรือไม่ หรือถ้าไม่แน่ใจ ให้ใช้แอปพลิเคชัน เช่น AirVisual, AirVisual, Air4Thai เป็นตัวตัดสินวัดคุณภาพอากาศ หากเป็นสีส้ม/แดง ควรงดออกกำลังกายกลางแจ้งเด็ดขาด หรือถ้าสีเหลืองก็ยังไม่ปลอดภัย 100% ด้วยซ้ำ จากนั้นเช็คสภาพอากาศร้อนเกินไปหรือไม่ ที่สำคัญควรเลี่ยงช่วงเวลา 10.00 – 17.00 น. สรุปถ้าอากาศไม่แย่เกินไปก็ลุยเลย - เปลี่ยนออกกำลังกายในร่ม
แต่วิธีการที่ดีที่สุดคือย้ายมาเสียเหงื่อในบ้านหรือฟิตเนส การออกกำลังกายมีหลายรูปแบบ ทั้งแบบมีอุปกรณ์ เช่น ลู่วิ่ง จักรยานในร่ม หรือยกดัมเบล แต่ถ้าไม่มีเครื่องมือจริงๆ ก็ยังมีอีกหลายวิธี เช่น โยคะ, บอดี้เวท, คาร์ดิโอ, ทาบาตะ สามารถเสิร์ชในยูทูบ และออกกำลังกายได้ตามอัธยาศัย เครื่องฟอกอากาศก็จำเป็นเพื่อกรองฝุ่น สมควรเปิดไว้ตลอดเวลา - เลือกเวลาออกกำลังกาย
ตามปกติแล้วช่วงเช้ามืดมีข้อได้เปรียบที่อากาศไม่ค่อยร้อน แต่ข้อเสียเปรียบคือฝุ่นมักหนากว่าและลอยต่ำในช่วงเช้าที่อากาศนิ่ง แต่หากโชคดีฝนตก ช่วงที่ฝนเพิ่งหยุดใหม่ๆ เป็นโอกาสทองที่สุด เพราะฝุ่นจะถูกชะล้างไปและอากาศเย็นลง ส่วนช่วงเย็นฝุ่นจะน้อยกว่าช่วงเช้า แต่อากาศจะร้อนกว่า หรือถ้าปรับเวลาเป็นตอนค่ำได้ก็น่าจะเหมาะสม - เตรียมตัวให้พร้อมที่สุด
ก่อนออกกำลังกายสมควรโหลดทั้งคาร์บและดื่มน้ำอย่างเหมาะสม หากเป็นการวิ่งหรือคาร์ดิโอยิ่งต้องหมั่นจิบน้ำบ่อยๆ เพื่อไม่เสี่ยงต่อการเกิดภาวะขาดน้ำ ยิ่งถ้าอากาศร้อน ร่างกายจะเสียเหงื่อเร็วมาก ควรดื่มน้ำหรือเครื่องดื่มเกลือแร่สม่ำเสมอ
เสื้อผ้า ก็สำคัญควรเลือกชุดที่ระบายอากาศได้ดี แห้งไว และที่สำคัญอย่าประมาท ด้วยการหักโหมจนเกินไป ออกกำลังกายอย่างพอดีและเหมาะสมไปก่อน จนกว่าค่าฝุ่นและสภาพอากาศอยู่ในภาวะปกติ เมื่อนั้นถึงค่อยคิดเรื่องการเพิ่มระดับความเข้มข้น



