เมื่อวันที่ 25 ก.พ. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายอัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล สมาชิกคณะสมาชิกวุฒิสภาสำรอง (สว.สำรอง) พร้อมคณะแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ว่าวันนี้เป็นการต่อสู้เรียกร้องการตรวจสอบคดีฮั้วเลือก สว. ตั้งแต่ปี 2567 ที่ผ่านมา ตอนนี้ 1 ปีกับ 8 เดือนแล้ว เรื่องนี้ถูกนำไปต่อสู้ในกระบวนการยุติธรรมมากมาย ส่วนใหญ่แล้วก็จะมีปัญหาเรื่องยกคำร้อง ร้องไม่ถูกทาง ซึ่งก็อาจจะเกิดปัญหาในเรื่องของระบบยุติธรรม ทำให้พวกเราต้องมาเรียกร้องหาความยุติธรรม จากปัญหาที่หมักหมมจากการโกงเลือก สว. มาเป็นเวลานาน
นายอัครวัฒน์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ จากคำร้องที่เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง กกต. ทั้ง 7 คน ในยุคของนายอิทธิพร บุญประคอง เป็นประธาน กกต. และนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ต่อศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง กรณีใช้อำนาจมิชอบ ตามมาตรา 157 และ พ.ร.ป.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ มาตรา 172 ในคดีฮั้ว สว. ซึ่งที่ผ่านมาทาง กกต. ได้มีการขอขยายเวลาในการจัดส่งพยานหลักฐานและเอกสารที่เกี่ยวข้องกับคดีครั้งแรก ทางศาลฯ อนุญาตให้ขยายเวลาออกไป 30 วัน ซึ่งครบกำหนดเวลา เมื่อวันที่ 22 ก.พ. 2569 ต่อมาทาง กกต. ชี้แจงต่อศาลว่า เอกสารและพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องมีจำนวนมาก จำเป็นต้องใช้เวลาในการรวบรวม ประกอบกับอยู่ในช่วงจัดการเลือกตั้ง สส. เป็นการทั่วไปปี 2569 จึงยังทำหนังสือชี้แจงยังไม่เสร็จ ดังนั้นจึงขอขยายเวลาในการยื่นเป็นครั้งที่ 2 ออกไปอีก 30 วัน นับแต่วันครบกำหนดเดิม แต่ศาลไม่อนุญาตให้ขยายเวลาครั้งที่ 2 โดยนัดฟังคำสั่งในวันที่ 20 เม.ย. 2569 หมายความว่าศาลเปิดโอกาสให้ กกต. ได้ยื่นแก้ข้อกล่าวหาในคำร้องประมาณ 10 ประเด็น ซึ่งไม่ใช่เรื่องยาก เพราะทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย ไม่ใช่มาอ้างงานเยอะ แต่เป็นการอ้างเพื่อประวิงเวลา
“สรุปแล้วความตรงนี้ศาลท่านบอกว่า ไม่มีพฤติกรรมที่สมแก่เหตุ แก่ผลฟังไม่ขึ้น จึงยำคำร้องของเลขาฯ แสวง สรุป ตอนนี้ถือว่า คนไทยทั้งประเทศใกล้เข้าสู่หลักความยุติธรรม ที่จะสำเร็จในไม่ช้า คดีโกง หรือฮั้ว สว. ที่เป็นศาลตั้งต้นลามไปถึงคดีอื่นๆ จนบ้านเมืองจะวิบัติ เพราะมีการโกงแบบย่ามใจ ทำแล้วทำอีกแบบไม่เกรงกลัวกฎหมาย ไม่ว่าจะคดีฮั้ว สว. คดีเขากระโดง คดีเลือก สส. วุ่นวายไปหมด อยากบอก กกต. ว่า ที่นายแสวง ส่งหนังสือไปขอขยายเวลาเมื่อวันที่ 17 ก.พ. ที่ผ่านมานั้น ศาลไม่อนุญาตให้ท่านขยายเวลาต่อ” นายอัครวัฒน์ กล่าว
นายอัครวัฒน์ กล่าวต่อว่า ในวันที่ 26 ก.พ. ที่ประชุม สว. จะมีการประชุมเพื่อโหวตรับรอง กกต. อีก 2 คน เพื่อไปทดแทน กกต. ที่หมดวาระ ตนเองทราบว่า มีโอกาสที่คดีฮั้ว สว. จะถูกยกในชั้นประชุม กกต. ด้วยมติ 5 ต่อ 2 หรืออาจจะเป็น 7 ต่อ 0 ดังนั้น กกต. อาจจะได้รับแรงกระแทก หากไม่มีความยุติธรรม ดังนั้นอยากให้ติดตามว่า กกต. จะยื่นเรื่องไปที่ศาลฎีกา แผนกคดีเลือกตั้งหรือไม่ อย่างไร ซึ่งเชื่อว่า จะจบลงในเร็ว ๆ นี้ เพราะมีความเสี่ยงทางคดีอาญา
นายอัครวัฒน์ ยังกล่าวถึงกรณีที่ กกต. เตรียมประกาศรับรองผลเลือกตั้ง สส. ว่า ในฐานะที่ตนเองเป็นประชาชนคนไทย และออกไปใช้สิทธิ อยากให้บุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องที่เห็นว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่บริสุทธิ์ ช่วยกันยับยั้งการประกาศรับรอง สส. เพราะไม่อยากให้เป็นเหมือนคดีฮั้ว สว. ที่รับรองไปก่อนแล้วสอยทีหลัง ซึ่งฝันไปเถอะ โดยประชาชนต้องช่วยบอก กกต. ดัง ๆ ว่า ให้เคลียร์ปัญหาให้จบก่อน ซึ่งจะเลือกตั้งใหม่ หรือนับคะแนนใหม่ ก็ขอให้ทำอย่างบริสุทธิ์ แล้วค่อยไปรับรอง สส. พร้อมขออย่าไปอุ้มนักการเมือง แต่ต้องอุ้มประชาชน เพราะประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยอย่างแท้จริง.



