สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เมื่อวันที่ 26 ก.พ. ว่า ในช่วงหนึ่งของการให้สัมภาษณ์พิเศษกับสำนักข่าวเอเอฟพี ที่กรุงบรัสเซลส์ พล.อ.ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา กล่าวว่า เครือข่ายอาชญากรรมหลอกลวงออนไลน์ หรือ “เศรษฐกิจสีดำ” กำลังทำลายเศรษฐกิจที่สุจริตของกัมพูชา และทำให้กัมพูชาเสื่อมเสียชื่อเสียง สิ่งนี้ส่งผลกระทบต่อทั้งการท่องเที่ยวและการลงทุน “จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องกวาดล้างให้สิ้นซาก”
ขณะเดียวกัน พล.อ.ฮุน มาเนต กล่าวถึงรายงานขององค์กรระหว่างประเทศหลายแห่ง ที่ระบุตรงกันว่า เศรษฐกิจของกัมพูชา “พึ่งพาสแกมเมอร์” ว่า “ไม่เป็นความจริงอย่างสิ้นเชิง” ในความเป็นจริงแล้ว เศรษฐกิจของกัมพูชาพึ่งพา “กิจกรรมที่บริสุทธิ์” ไม่ว่าจะเป็น การท่องเที่ยว การผลิต และอุตสาหกรรมอื่น
อย่างไรก็ตาม พล.อ.ฮุน มาเนต ยอมรับว่าอาชญากรรมเหล่านี้ ช่วยกระตุ้นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และการจ้างงานทางอ้อม แต่ยืนยันว่า รัฐบาลกัมพูชาไม่เคยได้รับผลประโยชน์จากเงินเหล่านี้
เกี่ยวกับกรณีของนายเฉิน จื้อ นักธุรกิจสีเทาชาวจีน ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาในรัฐบาลกัมพูชา ทั้งชุดปัจจุบัน และในสมัยสมเด็จฮุน เซน บิดาของ พล.อ.ฮุน มาเนต ผู้นำกัมพูชากล่าวว่า “ไม่เคยทราบมาก่อน” ว่าเฉิน “คือตัวการใหญ่” และยืนยันว่า มีการตรวจสอบประวัติ ซึ่งในเบื้องต้น “ไม่พบความผิดปกติ” พร้อมทั้งกล่าวว่า กลุ่มบริษัทปรินซ์ หรือ ปรินซ์ กรุ๊ป ของเฉิน มีธุรกิจในอีกหลายประเทศ
สำหรับเหตุผลที่จับกุมและเนรเทศเฉินกลับไปที่จีน ผู้นำกัมพูชากล่าวว่า เพิกถอนสัญชาติของอีกฝ่าย เนื่องจากจับได้ว่า ใช้เอกสารปลอมในการขอสัญชาติ หมายความว่า เฉินเหลือเพียงสัญชาติจีน ซึ่งเป็นสัญชาติโดยกำเนิด จึงต้องส่งตัวกลับประเทศบ้านเกิดตามขั้นตอน.
เครดิตภาพ : AFP



