สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 26 ก.พ. ว่าสหรัฐและอิหร่านจัดการเจรจาทางอ้อมเป็นครั้งที่สามภายในเดือนนี้ โดยมีโอมานเป็นคนกลาง ที่เมืองเจนีวาของสวิตเซอร์แลนด์
ก่อนการเจรจาเริ่มขึ้น ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ผู้นำอิหร่าน ยืนยันว่า รัฐบาลเตหะราน “ไม่ได้พยายาม” ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์เลยแม้แต่น้อย โดยอ้างถึงคำประกาศของผู้นำสูงสุด อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี
ขณะที่นายบาดร์ อัลบูไซดี รมว.กระทรวงการต่างประเทศโอมาน กล่าวถึงการเจรจาครั้งนี้ ว่าทั้งสองฝ่ายแสดงท่าที “เปิดกว้างอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ต่อแนวคิดและทางออกที่สร้างสรรค์”
ทั้งนี้ คณะผู้แทนของสหรัฐนำโดยนายสตีฟ วิตคอฟฟ์ ผู้แทนพิเศษของทำเนียบขาว และนายจาเร็ด คุชเนอร์ บุตรเขยของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ส่วนนายอับบาส อารักชี รมว.กระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนเจรจาของรัฐบาลเตหะราน
After over three hours, the US and Iranian delegations leave the Omani ambassador’s residence in Geneva
— RT (@RT_com) February 26, 2026
The talks are expected to resume in a few hours’ time https://t.co/mdbcCGZXZJ pic.twitter.com/DVd9oJgSeR
ในการแถลงนโยบายประจำปีต่อสภาคองเกรส เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ทรัมป์กล่าวหาอิหร่านว่า “ทะเยอทะยานในโครงการนิวเคลียร์ที่ชั่วร้าย” และอ้างว่า อิหร่านพัฒนาขีปนาวุธที่มีพิสัยทำการคุกคามยุโรปและฐานทัพสหรัฐได้แล้ว รวมถึงจ่อจะยิงถึงแผ่นดินใหญ่อเมริกาในอีกไม่ช้านี้ ซึ่งต่อมารัฐบาลเตหะรานประณามว่า “เป็นเรื่องโกหกคำโต”
อย่างไรก็ตาม นายเจ.ดี. แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐ เตือนอิหร่านให้ “จริงจัง” กับคำขู่ของทรัมป์ และย้ำว่า สหรัฐไม่อาจปล่อยให้ “ระบอบการปกครองเลวร้ายที่สุดในโลกมีอาวุธนิวเคลียร์ได้”

อีกด้านหนึ่ง เรือบรรทุกเครื่องบิน “ยูเอสเอส เจอรัลด์ อาร์. ฟอร์ด” ซึ่งเป็นเรือบรรทุกเครื่องบินขนาดใหญ่ที่สุดในโลกของกองทัพสหรัฐ เคลื่อนพลออกจากฐานทัพสหรัฐ ที่เกาะครีต นอกชายฝั่งทางตอนใต้ของกรีซ ในเวลาเดียวกับที่การเจรจารอบที่สามกำลังดำเนินอยู่.
เครดิตภาพ : REUTERS



