เมื่อวันที่ 28 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าได้รับการเปิดเผยจาก นายวรศักดิ์ พานทอง นายอำเภอแม่สะเรียง ซึ่งได้ มอบหมายให้ นายวีระวัฒน์ กิจมานะทรัพย์ ปลัดอำเภอแม่สะเรียง เข้าร่วมกิจกรรมปฏิบัติการ “การจัดทำแนวกันไฟ 2 แผ่นดิน” เพื่อเร่งแก้ไขวิกฤตหมอกควันข้ามพรมแดนที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนทั้งสองฝั่ง ณ บริเวณจุดผ่อนปรนการค้าบ้านเสาหิน ชายแดนไทย-เมียนมา (รัฐคะยา)

ทั้งนี้ สถานการณ์วิกฤต”ไฟลุกลาม ควันข้ามแดน” ปัจจุบันพื้นที่รอยต่อชายแดนบริเวณ ตำบลแม่คง และตำบลเสาหิน อำเภอแม่สะเรียง กำลังเผชิญกับสถานการณ์ไฟป่าลุกลามข้ามเขตแดนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะบริเวณ ห้วยผาตั้ง และผาแดง ซึ่งมีสภาพเป็นหน้าผาสูงชัน ทำให้กระแสลมพัดพาฝุ่นควันและมลพิษ PM 2.5 ข้ามพรมแดน ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนทั้งไทยและเมียนมา การผนึกกำลังภาคีเครือข่ายแบบบูรณาการ ภารกิจครั้งนี้เป็นการรวมพลังครั้งยิ่งใหญ่ของทุกภาคส่วน เพื่อวางแผนปฏิบัติการเชิงรุกให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่จริง ประกอบด้วย: ฝ่ายความมั่นคงและปกครอง: กรมทหารพรานที่ 36, กองร้อย ตชด. 337, ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง และผู้นำชุมชน (กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน) ฝ่ายทรัพยากรธรรมชาติ: สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 สาขาแม่สะเรียง, เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสาละวิน และอุทยานแห่งชาติสาละวิน  ฝ่ายวิชาการและส่งเสริม: มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, เกษตรอำเภอ และสำนักงานพัฒนาที่ดิน  สื่อมวลชน (Media): เครือข่ายสื่อมวลชนท้องถิ่นและส่วนกลาง ร่วมลงพื้นที่เพื่อสะท้อนปัญหาและประชาสัมพันธ์แนวทางการแก้ไขอย่างยั่งยืน องค์กรเอกชนและภาคประชาสังคม (NGOs & Civil Society): กลุ่มอาสาสมัครภาคประชาชน และองค์กรพัฒนาเอกชนด้านสิ่งแวดล้อม ที่ร่วมสนับสนุนกำลังพลและทรัพยากรในการเฝ้าระวังไฟป่า

นอกจากการฝึกปฏิบัติทำแนวกันไฟในพื้นที่จริงแล้ว ยังมีการรณรงค์แนวทาง “เกษตรยั่งยืนปลอดการเผา” เพื่อลดต้นตอของปัญหา เช่น: นวัตกรรมดินปลูก: การทำปุ๋ยหมักแบบไม่พลิกกองจากเศษใบไม้และเชื้อเพลิงในป่า  เศรษฐกิจชุมชน: เทคนิค “เห็ดถอบไม่ต้องเผาเราปลูกได้” เพื่อสร้างรายได้โดยไม่ทำลายป่า เป้าหมายลดพื้นที่เผาไหม้ (Burned Area) ให้ได้อย่างน้อย 50% จากปีที่ผ่านมา   การร่วมแรงร่วมใจครั้งนี้สะท้อนถึงพลังของภาคีเครือข่ายที่มุ่งมั่นจะปกป้องผืนป่าสาละวิน และคืนอากาศบริสุทธิ์ให้กับชาวแม่สะเรียงและพี่น้องฝั่งประเทศเพื่อนบ้านอย่างยั่งยืน