สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากนครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 28 ก.พ. ว่า นายโฟลเคอร์ เติร์ก ข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (โอเอชซีเอชอาร์) กล่าวต่อคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ว่า เขาเสียใจกับการขาดการติดตามผลตามคำแนะนำก่อนหน้านี้ เพื่อปกป้องสิทธิของชาวอุยกูร์และชนกลุ่มน้อยมุสลิมอื่น ๆ ในเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ และชาวทิเบตในภูมิภาคของพวกเขา

เติร์ก กล่าวพร้อมทั้งแสดงความกังวลถึงประเด็นด้านแรงงาน และเสรีภาพทางศาสนาและวัฒนธรรม รวมถึงการปราบปรามชุมชนชาวคริสเตียนนิกายโปรเตสแตนต์ ที่ทวีความรุนแรงขึ้น

รายงานเมื่อปี 2565 ที่ถูกจัดทำในสมัยของนางมิเชล บาเชเลต์ ข้าหลวงใหญ่คนก่อนหน้า ระบุถึงความเป็นไปได้ของ “อาชญากรรมต่อมนุษยชาติ” ในซินเจียง โดยเน้นย้ำถึงข้อกล่าวหาที่น่าเชื่อถือ เกี่ยวกับการทรมาน การกักขังโดยพลการ การละเมิดสิทธิทางศาสนา และสิทธิในการเจริญพันธุ์ของชาวอุยกูร์ และชาวมุสลิมอื่น ๆ อย่างแพร่หลาย

ในการกล่าวสุนทรพจน์เมื่อวันศุกร์ (27 ก.พ.) เติร์กเรียกร้องให้จีนหยุดใช้บทบัญญัติทางอาญา การบริหาร และความมั่นคงแห่งชาติที่ไม่ชัดเจน เพื่อปราบปรามการใช้สิทธิขั้นพื้นฐานอย่างสันติในประเทศ โดยไม่ได้ยกตัวอย่างกรณีใด ๆ

แต่เมื่อต้นเดือนนี้ เติร์กได้เน้นย้ำถึงการใช้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ ที่รัฐบาลปักกิ่งใช้เพื่อตัดสินจำคุก นายจิมมี ไหล่ มหาเศรษฐีด้านสื่อสารมวลชน ผู้สนับสนุนประชาธิปไตยในฮ่องกง เป็นเวลา 20 ปี.

เครดิตภาพ : AFP